"บิ๊ก PAE" แถลงแก้การซื้อขายหุ้นไม่ชอบมาพากล หลังมือดีปล่อยข่าวโจมตีทางโซเชียล

2015-07-21 15:27:38


ผู้บริหาร PAE แถลงแก้การซื้อหุ้นไม่ชอบมาพากลหลังโซเชียลถล่มกล่าวหาไม่โปร่งใส ปั่นราคาหุ้นขึ้นลงผิดปกติเพื่อผลประโยชน์พวกพ้อง ยันชัดทำงานทุกอย่างมีเป้าหมายหวังรายได้ระยะยาว พร้อมเชิญชวนผู้ถือหุ้นมาประชุม 29 ก.ค.หนุนแผนเพิ่มทุน

 

 

 

กลายเป็นประเด็นใหญ่ทางเศรษฐกิจที่ถูกพูดถึงในโลกโซเชียลมีเดียหลายวันต่อเนื่อง กับการที่ผู้ใช้นามแฝงในเฟสบุ๊คส์ว่า “อัศวินรัตติกาล แห่งตลาดหุ้นไทย” ออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับความไม่ชอบมาพากลของการบริหารงานภายในบริษัท พีเออี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)  หรือ PAE  โดยเฉพาะการอธิบายถึงขั้นตอนการซื้อขายหุ้นที่มีประเด็นเรื่องผลประโยชน์ไม่ชอบมาพากลเข้ามาเกี่ยวข้อง  จนสร้างความเสียหายให้กลุ่มนักลงทุนผู้ถือหุ้นรายย่อยทั่วไป 

 

 

โดยบทความที่มีการเผยแพร่ผ่าน เฟสบุ๊คส์ของผู้ใช้นามแฝง  “อัศวินรัตติกาล แห่งตลาดหุ้นไทย”  เรื่อง “สารจากความมืดถึงขุนช้างและกรรมการทรราชของ PAE  ฉบับที่  1” พบว่ามีการเริ่มต้นเผยแพร่ตั้งแต่เมื่อวันที่  8 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยการบ่งชี้ให้เห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับราคาหุ้นของ PAE หลังจากมีการลดลงจาก 3.64 บาท จนเหลือแค่  0.36  บาท  ภายในระยะเวลาไม่ถึง 20 เดือน พร้อมตั้งข้อกล่าวหาด้วยว่าความเสียหายดังกล่าวน่าจะมีความเกี่ยวโยงกับพฤติกรรมของผู้บริหารบางคนใน PAE

 

 

จากนั้น เฟสบุ๊คส์ของผู้ใช้นามแฝง  “อัศวินรัตติกาล แห่งตลาดหุ้นไทย” ก็ได้นำเสนอประเด็นปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับการบริหารงานภายใน บริษัท พีเออี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)  หรือ PAE  นับจากปี  2539  จนถึงปัจจุบัน  โดยมีตัวละครสำคัญ ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องจำนวนหนึ่ง  อาทิ ขุนช้าง  ซึ่งถูกระบุว่าเป็นตัวแปรสำคัญในการทำให้ราคาหุ้นมีการขึ้นลงตามความต้องการเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้อง   

 

 

ในขณะที่ผู้ถือหุ้นรายย่อยทั่วไปต้องกลายเป็นเหยื่อจากการปั่นราคาหุ้น PAE ในรูปแบบต่าง ๆ ที่สำคัญเงินทุนส่วนหนึ่งที่นำมาใช้ในการปั่นราคาหุ้น PAE   ถูกกล่าวหาเป็นเงินจากเกาะบริติช  เวอร์จิ้น   และมีการนำผ่านเข้าประเทศไทยโดยนอมินีหลากหลายกลุ่มในรูปของกองทุนต่างชาติ  เพื่อปั่นราคาหุ้นให้เป็นไปในทิศทางที่ตนเองต้องการ    ซึ่งผู้ใช้นามแฝง  “อัศวินรัตติกาล แห่งตลาดหุ้นไทย” อ้างวัตถุประสงค์ของการนำข้อมูลลับมาเปิดเผย เพราะต้องการให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยได้เข้าใจและร่วมใจในการลุกขึ้นต่อสู้เพื่อความถูกต้อง  โดยเฉพาะการนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการบริหารภายใน   PAE  จากการประชุมผู้ถือหุ้นที่จะเกิดขึ้นในวันที่  29 ก.ค.นี้   เนื่องจากการเรียกร้องให้ผู้บริหาร PAE ชุดปัจจุบันลาออกไม่เป็นผล

 

 

ต่อมา เฟสบุ๊คส์ของผู้ใช้นามแฝง “อัศวินรัตติกาล แห่งตลาดหุ้นไทย” ได้นำเสนอบทความเรื่อง “สารจากความมืดถึงขุนช้างและกรรมการทรราชของ PAE ฉบับที่  9 ” เรียกร้องให้สื่อมวลชนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่างๆ   ทั้งหมดจากสิ่งที่มีการเสนอเป็นข้อมูลผ่านเฟสบุ๊คส์  

 

 

โดยเฉพาะการฝากคำถามไปถึงผู้บริหารของ PAE ในประเด็นข้อสงสัยต่าง ๆ อาทิ เหตุใดจึงมีการกู้ยืมเงินของกรรมการบริษัท PAEและผู้ถือหุ้นใหญ่ PAE ในช่วงปี 2555-2557   ที่สำคัญยังปรากฏชื่อ  นางอุไรรัตน์ บุญอากาศ ประธานกรรมการบริหาร PAE รวมถึงผู้ถือหุ้น PAE  รายอื่น ๆ    อยู่ในฐานะผู้กู้เงินและค้างดอกเบี้ยชำระ จากการตรวจสอบกับรายงานประจำปี  2557  ของ PAE 

 

 


 
ขณะเดียวกันต้องการให้  ผู้บริหาร  PAE  ชี้แจงว่ามีวัตถุประสงค์ของบริษัทเพื่อให้กู้เงินผู้บริหารและผู้ถือหุ้นหรืออย่างไร   รวมถึงการกู้เงินดังกล่าวเป็นไปอย่างถูกกฎหมายหรือไม่อย่างไร  เนื่องจากเกรงว่าจะเป็นนำผลประโยชน์ของ PAE  ไปเอื้อให้กับผู้บริหารและผู้ถือหุ้นจำนวนหนึ่ง

 

 

นอกจากนี้จากการบริหารกิจการ PAE  ที่ขาดทุนมาอย่างต่อเนื่อง  ผู้บริหาร PAE  เคยพิจารณาจะลาออกหรือไม่  เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นรายอื่นๆ เสนอตัวเข้ามาบริหารงาน PAE ให้เป็นไปในทิศทางที่ถูกต้อง

 

 

ล่าสุดวันนี้(17ก.ค.58)นางอุไรรัตน์ บุญอากาศ  ประธานกรรมการบริหาร บริษัท พีเออี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (PAE) พร้อมด้วย นายรัฐชัย ภิชยภูมิ กรรมการบริหาร PAE   ได้เปิดแถลงข่าวเกี่ยวกับ  แผนระดมทุนโดยเสนอขายให้กับผู้ถือหุ้นเดิม (RO) จำนวน 5,541,481,928 หุ้น อัตราส่วน 1 หุ้นเดิมต่อ 2 หุ้นใหม่ ราคา 0.20 บาท/หุ้น และเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้บุคคลในวงจำกัด (PP) จำนวน 2,000 ล้านหุ้นว่า บริษัทตั้งเป้าหมายได้รับเงินระดมทุนในครั้งนี้ประมาณ 1,500 ล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์การใช้เงิน ประกอบด้วย การขยายธุรกิจเดิมด้านการบริการในอุตสาหกรรมน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และปิโตรเคมี ซึ่งจะต้องมีการปรับปรุงโรงประกอบทั้ง 3 แห่งที่ ลานกระบือ ระยอง และสงขลา รวมทั้งจัดซื้อจัดหา เครื่องมืออุปกรณ์ เครื่องจักร เพื่อใช้ในกิจการและให้เช่าแก่ลูกค้า ใช้เงินทุนประมาณ 200 ล้านบาท

 

 

นอกจากนี้จะนำเงินไปใช้รองรับการขยายการลงทุนในธุรกิจใหม่ อาทิ การบริการสาธารณูปโภคด้านน้ำประปา น้ำดิบเพื่อใช้ในอุตสาหกรรม ด้านพลังงาน พลังงานทางเลือกทั้งในและต่างประเทศ โดยเบื้องต้นจะลงทุนในระบบผลิตน้ำประปา ระบบท่อส่งน้ำดิบ สถานีสูบน้ำ เพื่อการอุตสาหกรรม จำนวนประมาณ 800 ล้านบาท ใช้เวลาในการก่อสร้างประมาณ 2 ปี กรณีที่มีเงินทุนเหลือจากกรณีดังกล่าวบริษัทมีความสนใจจะนำเงินไปลงทุนในโครงการด้านพลังงานและพลังงานทางเลือกอื่นๆ ส่วนที่เหลือจำนวนประมาณ 500 ล้านบาทจะนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนของกิจการ

 

 

นอกจากนี้การที่ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2558   พบว่าบริษัทยังมีตัวเลขขาดทุนประมาณ 33 ล้านบาทและส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบประมาณ 3 ล้านบาท  จึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีการเพิ่มทุน  เพราะหากปล่อยให้สถานการณ์ดำเนินต่อไป  เชื่อว่าจะไม่ส่งผลดีต่อบริษัทและผู้ถือหุ้นทั้งหมด   แต่หากการเพิ่มทุนครั้งนี้สำเร็จจะสามารถแก้ปัญหาเรื่องความเพียงพอของส่วนของผู้ถือหุ้นได้ ตลอดจนสามารถนำเงินไปพัฒนาและขยายกิจการตามแผนงานที่วางไว้ได้ตามวัตถุประสงค์  ซึ่งบริษัทจะนำเรื่องดังกล่าวเสนอขออนุมิติต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นในวันพุธที่ 29 ก.ค. นี้

 

 

ขณะเดียวกันในช่วงซักถามของผู้สื่อข่าวและมีการพูดถึงประเด็นที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียล    โดยเฉพาะการเปิดประเด็นการบริหารงานที่ผิดพลาดของผู้บริหาร PAE   โดยผู้ใช้นามแฝงว่า “อัศวินรัตติกาล แห่งตลาดหุ้นไทย”   ทางด้าน  นายรัฐชัย ภิชยภูมิ   ระบุว่า  ข้อมูลต่าง ๆ ที่มีการกล่าวไม่มีความเป็นจริง   ตรงกันข้ามเรื่องเงินทุนที่อ้างว่ามีการปล่อยกู้กันภายในหมู่ผู้บริหาร และผู้ถือหุ้นบางรายนั้น  เป็นเงินจากการที่  นางอุไรรัตน์ บุญอากาศ ประธานกรรมการบริหาร PAE ต่างหากที่เป็นฝ่ายให้เงินบริษัทกู้ยืมเงินเพื่อใช้หมุนเวียนในธุรกิจ

 

 

“ในกระแสข่าวข้อมูลที่เกี่ยวกับเรื่องของการที่กรรมการไปกู้เงินบริษัทที่ออกมาจริงๆ แล้วมันกลับข้างกัน   คือบริษัทตอนนั้นมีการขาดสภาพคล่องทางการเงิน   แล้วบริษัทเองเป็นฝ่ายต้องไปกู้เงินจากกรรมการ  แต่ที่บริษัทยังไม่สามารถชำระได้หมดถือว่ามีส่วนน้อยแล้ว  โดยเหลือดอกเบี้ยค้างที่บริษัทจะต้องจ่ายให้กับกรรมการ  ไม่ใช่ในเรื่องของกรรมการไปกู้ยืมบริษัทต้องขอเรียนข้อเท็จจริงดังนี้เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง”

 

 

ส่วนข้อสงสัยเกี่ยวกับการเข้าซื้อบริษัท PPS จาก CEN โดยให้กำไรมากมาย ในราคาแพง ทั้งที่บริษัท PPS ขาดทุน  นายรัฐชัย   ระบุว่า  การตัดสินใจซื้อกิจการของ PPS  เพราะผู้บริหาร PAE   เล็งเห็นศักยภาพในการเติบโตของธุรกิจที่เกี่ยวกับสาธารณูปโภคโดยเฉพาะที่เกี่ยวกับน้ำประปาแล้วก็น้ำดิบเพื่อการอุตสาหกรรม  และมั่นใจในศักยภาพการเป็นธุรกิจที่จะสร้างรายได้ระยะยาวให้กับ  PAE   จึงเข้าไปซื้อในสัดส่วนประมาณ 68% ของทุนจดทะเบียนของบริษัท  

 

 

ในตอนท้ายนายรัฐชัย  ยังได้เรียกร้องให้นักลงทุนไปร่วมประชุมผู้ถือหุ้น PAE  ในวันที่ 29 ก.ค.นี้ โดยระบุว่าเพื่อไปร่วมให้กำลังใจบริษัทในการบริหารกิจการต่อไป  รวมถึงร่วมกันพิจารณาความจำเป็นที่ผู้บริหาร PAE  จะต้องเดินหน้าแผนงานการเพิ่มทุนให้สำเร็จตามเป้าหมาย







เรียบเรียง และ เขียนข่าวโดย

: ทีมงาน News-Lifestyle



Tag : PAE














ข่าวที่เกี่ยวข้อง