"สมคิด จาตุศรีพิทักษ์" ชู 5 ประเด็นต้องเร่งพัฒนาเพื่อรองรับเออีซี

2015-07-21 15:35:59


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารกรุงเทพ จัดสัมมนา Bangkok Bank AEC Business Forum ในหัวข้อ “2015 : The year of AEC” โดยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และอดีตรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ กล่าวปาฐกถาพิเศษว่า ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซีสอดรับสถานการณ์ของประเทศ สู่การปฏิรูปประเทศเพื่อวางรากฐานรองรับอนาคต 

 

ในช่วงปาฐกถานายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ประเด็นสำคัญของเออีซี คือจะทำอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับโอกาสที่มี เพราะประเทศที่มีความพร้อมที่สุดจะได้เปรียบ ขณะที่ประเทศไทยมีความได้เปรียบทางด้านยุทธศาสตร์เป็นศูนย์กลางของทำเลที่ตั้งทั้งด้านการค้าและการลงทุน ซึ่งการรองรับเออีซีที่กำลังเกิดขึ้น เป็นปัจจัยที่ไทยจำเป็นต้องพัฒนาในหลายด้าน

 

ประการที่ 1.การเมืองจะต้องมีเสถียรภาพ ...การเมืองยังมีปัญหาจะทำให้นักลงทุนต่างชาติทุกคนต่างพากันหนี เหมือนในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาที่เราโดนตราหน้าว่าเป็นคนป่วยของเอเชีย  และเมื่อมีรัฐบาลเข้ามาปฏิรูปประเทศ ประชาชนจะต้องช่วยกันเสียสละเพื่อส่วนรวม ลดทิฐิ อดกลั้น เพื่อให้ประเทศไทยเดินไปข้างหน้าได้

 

ประการที่ 2.ต้องเร่งแก้จุดอ่อนแต่ละด้านของประเทศเพื่อดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ เพราะการตัดสินใจเข้ามาลงทุนจะประเมินจากดัชนีชี้วัดความสามารถในการแข่งขัน ที่มี 12 เสาหลักเป็นสำคัญ ดังนั้นสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ควรเป็นแกนในการขับเคลื่อน

 

ประการที่ 3.ปรับความคิดให้นอกกรอบ เพราะการพัฒนาประเทศให้มีความน่าสนใจของนักลงทุนภายใต้เออีซี โดยได้เสนอต่อคณะกรรมการพัฒนาเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ ให้ปรับปรุง 1.การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ 2.ทำระบบคลัสเตอร์ แยกประเภทจุดเด่นอุตสาหกรรมแต่ละพื้นที่ 3.การอำนวยเรื่องของภาษี จัดทำฟรีเทรดโซนเพิ่มขึ้นจากรูปแบบเดิมๆ ที่จัดส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ ให้สิทธิพิเศษภาษี


ประการที่ 4.ประเทศไทยแม้จะเป็นศูนย์กลางของอาเซียน แต่จะต้องมีการเชื่อมต่อและเชื่อมโยงต่อนานาประเทศเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น หากจะสร้างท่าเรือ สนามบิน จะต้องหาทางปรับเปลี่ยนกฎระเบียบที่สำคัญรองรับการเป็นศูนย์กลางของอาเซียน หรือ ทำรถไฟ จะต้องตอบโจทย์ได้ว่าจะเชื่อมโยงกับอะไร หรือ และ ประการที่ 5.ไทยจะต้องรู้จักเล่นบทพระเอกอาเซียน ใช้บทบาทแห่งการทูตที่อดีตทำได้ดี และคิดเชิงก้าวหน้า สร้างสรรค์ โดยมีเวทีให้เล่น เช่น อาเซียน บวก 6...ทั้ง 5 ประการให้ประเทศไทยเดินตาม หากเราไม่เปลี่ยนแปลงเราจะแพ้เขา เราจึงต้องปรับเปลี่ยน  ทั้งนี้ในแง่การแข่งขันประเทศไทยประมาณ 90% เป็นผู้ประกอบการรายกลางรายย่อย (เอสเอ็มอี) ที่มีเงินทุนน้อย จึงเป็นเรื่องยากที่จะออกไปลงทุนด้วยความกล้าๆ กลัวๆ เราจึงต้องปรับมุมมองเขาใหม่”

 

"การปรับมุมมองของเอสเอ็มอีต่อการเปิดเออีซี จะแบ่งเป็น 3 ทหารเสือ คือ 1.จะต้องมีแคมเปญระดับชาติ ที่จะสนับสนุนให้เอสเอ็มอีเตรียมตัว โดยเปลี่ยนแนวคิด เปลี่ยนมุมมอง รัฐบาลอยู่ระหว่างพิจารณาออกมาตรการสนับสนุนภาคธุรกิจเอสเอ็มอีเป็นแพ็กเกจใหม่ เช่น เรื่องต้นทุนดอกเบี้ยเงินกู้ที่สูงถึง 7 % ขณะที่มาเลเซียดอกเบี้ยเงินกู้เพียง 3 %  2.ธนาคารพาณิชย์ไทยจะต้องสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี นอกจากการปล่อยสินเชื่อและดูหลักทรัพย์ค้ำประกันแล้ว ต้องสนับสนุนทั้งข้อมูล ความรู้ และพาลูกค้าออกไปลงทุนในต่างประเทศ และ 3.ควรมีการรวมตัวของเอสเอ็มอีและธุรกิจขนาดใหญ่เข้าไปช่วยสร้างแบรนด์ โดยการพัฒนาทักษะต่างๆ  ซึ่งนอกจากรัฐจะช่วยแล้วภาคเอกชนจะต้องปรับตัวด้วย.







เรียบเรียง และ เขียนข่าวโดย

: ทีมงาน News-Lifestyle

















ข่าวที่เกี่ยวข้อง