สศช.คาดบริโภค-ลงทุน หนุนเศรษฐกิจปีนี้โต3.5-4.5%

2015-07-21 15:47:59


สศช.คาดว่าเศรษฐกิจไทยทั้งปี 2558 จะขยายตัวในช่วง 3.5-4.5% เท่ากับช่วงประมาณการครั้งก่อนเมื่อวันที่ 17 พ.ย. 2557 อย่างไรก็ตาม การปรับเปลี่ยนสมมติฐานการประมาณการที่สําคัญ โดยเฉพาะการปรับลดสมมติฐานการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก ราคาน้ำมัน และราคาสินค้านําเข้า ส่งผลให้องค์ประกอบของการขยายตัวเปลี่ยนแปลงไปจากการประมาณการครั้งที่ผ่านมา


          องค์ประกอบการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปี 2558
          1) การใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคบริโภครวม ในปี 2558 คาดว่าจะขยายตัว 3.4% เพิ่มขึ้นจาก 0.7% ในปี 2557 และเป็นการปรับเพิ่มจากการขยายตัว 3.1% ในการประมาณการครั้งก่อน โดยการใช้จ่ายเพื่ออุปโภคบริโภคภาคเอกชน คาดว่าจะขยายตัว 2.9% ปรับตัวดีขึ้นจาก 0.3% ในปี 2557 และปรับเพิ่มจาก 2.6% ในการประมาณการครั้งก่อน
          สาเหตุสําคัญมาจากการปรับลดสมมติฐานราคาน้ำมัน ซึ่งส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อลดลงและรายได้ที่แท้จริงของภาคครัวเรือนเพิ่มขึ้น ในขณะที่การใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคและบริโภคภาครัฐ คาดว่าจะขยายตัว 5.6% ปรับตัวดีขึ้นจาก 2.8% ในปี 2557 ตามการเร่งรัดการเบิกจ่ายของภาครัฐ
          2) การลงทุนรวม คาดว่าจะขยายตัว 6.0% เทียบกับการลดลง 2.8% ในปี 2557 และปรับเพิ่มจากการขยายตัว 5.8% ในการประมาณการครั้งก่อน โดยคาดว่าการลงทุนภาคเอกชนจะขยายตัว 5.0% ปรับเพิ่มจาก 4.8% ในการประมาณการเดิม เนื่องจากการลงทุนภาคเอกชนในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 ฟื้นตัวได้เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ การเร่งรัดอนุมัติส่งเสริมการลงทุน การแก้ไขปัญหาอุปสรรคการลงทุนของภาครัฐ รวมทั้งมีการขอรับการส่งเสริมการลงทุนสูงเป็นประวัติการณ์
          ในขณะที่การลงทุนภาครัฐคาดว่าจะขยายตัว 9.8% ปรับตัวดีขึ้นจากการหดตัว 6.1% ในปี 2557 ตามการเร่งรัดงบประมาณรายจ่ายลงทุนและการดําเนินโครงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานที่สําคัญๆ ของภาครัฐ
          3) มูลค่าการส่งออกสินค้าในรูปเงินดอลลาร์ คาดว่าจะขยายตัว 3.5% ปรับตัวดีขึ้นจากการหดตัว 0.3% ในปี 2557 แต่เป็นการปรับลดการประมาณการจากการขยายตัว 4.0% ในการประมาณการครั้งที่ผ่านมา เนื่องจากการปรับลดสมมติฐานการขยายตัวของเศรษฐกิจและปริมาณการค้าโลก ส่งผลให้การส่งออกไปประเทศคู่ค้าหลักมีแนวโน้มที่จะอยู่ในระดับต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้
          เมื่อรวมกับการส่งออกภาคบริการที่มีแนวโน้มขยายตัวเร่งขึ้นตามการฟื้นตัวของจํานวนนักท่องเที่ยว คาดว่า ปริมาณการส่งออกสินค้าและบริการจะขยายตัว 4.0% ลดลงจาก 4.4% ในการประมาณการครั้งก่อน แต่ปรับตัวดีขึ้นจากการขยายตัว 0.0% ในปี 2557
          4) มูลค่าการนำเข้าสินค้าในรูปเงินดอลลาร์ คาดว่าจะขยายตัว 1.8% เทียบกับการหดตัว 8.5% แต่ปรับลดลงจากการขยายตัว 5.0% ในการประมาณการครั้งก่อนหน้า เนื่องจาก (1) การปรับลดสมมติฐานราคานําเข้าจาก -1.0%-0.0% เป็น (-3.5%) - (-2.5%) ตามการปรับลดสมมติฐานราคาน้ำมันในตลาดโลก และ (2) การปรับลดประมาณการการส่งออกทําให้ความต้องการนําเข้าลดลงจากประมาณการเดิม เมื่อรวมกับการนําเข้าบริการซึ่งมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นจากปี 2557 ทําให้คาดว่าปริมาณการนำเข้าสินค้าและบริการจะขยายตัว 4.9% ลดลงจาก 5.4% ในการประมาณการครั้งก่อนหน้า
          5) ดุลการค้า คาดว่าจะเกินดุลประมาณ 28.8 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากการเกินดุล 24.6 พันล้านดอลลาร์ ในปี 2557 และเป็นการปรับเพิ่มจากการเกินดุล 19.6 พันล้านดอลลาร์ ในการประมาณการครั้งก่อน เนื่องจากการปรับลดประมาณการมูลค่าการนําเข้าที่เร็วกว่าการปรับลดประมาณการมูลค่าการส่งออก เมื่อรวมกับดุลบริการที่คาดว่าจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับการประมาณการครั้งก่อน คาดว่าจะส่งผลให้ดุลบัญชีเดินสะพัดในปี 2558 เกินดุลประมาณ 18.9 พันล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็น 4.9% ของจีดีพี เพิ่มขึ้นจาก 2.2% ของจีดีพีในการประมาณการครั้งก่อน
          6) อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปี 2558 คาดว่าจะอยู่ในช่วง 0.0 - 1.0% ต่ำสุดในรอบ 6 ปี ลดลงจากเฉลี่ย 1.9% ในปี 2557 และเป็นการปรับลดจากเฉลี่ย 1.4-2.4% ในการประมาณการครั้งก่อนตามการปรับลดสมมติฐานราคาน้ํามันดิบในตลาดโลกซึ่งจะส่งผลให้ราคาสินค้าภายในประเทศในหมวดพลังงานที่มีสัดส่วนประมาณ11.4% ของตะกร้าสินค้าในดัชนีราคาผู้บริโภคปรับตัวลดลงมาก โดยเฉพาะในช่วงครึ่งแรกของปี 2558 .......................

 

          บริหารนโยบาย
          1) การดูแลเกษตรกรผู้มีรายได้น้อยและสนับสนุนการปรับตัวในการผลิตภาคเกษตรเพิ่มเติมจากมาตรการการให้เงินช่วยเหลือการผลิตและสินเชื่อต่างๆ ที่ได้ดำเนินการไปแล้วโดยเฉพาะ การสนับสนุนด้านสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ การพักชำระหนี้ การปรับโครงสร้างหนี้ และการแปลงหนี้จากนอกระบบเป็นหนี้ในระบบสำหรับมูลหนี้ที่เกิดขึ้นก่อนปี 2558 แก่เกษตรกรที่ประสบปัญหาภาวะความตกต่ำของราคาสินค้าเกษตรอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเกษตรกรชาวนาและชาวสวนยาง การดูแลต้นทุนวัตถุดิบและปัจจัยการผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะราคาปุ๋ย สารเคมีและยากำจัดแมลงและวัชพืช และเครื่องจักรกลทางการเกษตรให้เคลื่อนไหวสอดคล้องกับการลดลงของราคาน้ำมันและวัตถุดิบทางด้านผลิตภัณฑ์เคมีในตลาดโลก
          2) การดูแลธุรกิจเอสเอ็มอีและแรงงานในภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจและการอ่อนค่าของสกุลเงินในประเทศที่เป็นตลาดส่งออกสำคัญๆ โดยเฉพาะเอสเอ็มอีและแรงงานในภาคอุตสาหกรรมที่พึ่งพิงการส่งออกไปยังตลาดยุโรป ญี่ปุ่น
          3) การเร่งรัดการส่งออกให้สามารถขยายตัวได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ที่ 4.0% โดยให้ความสำคัญกับ(1) การดําเนินการตามยุทธศาสตร์การส่งออกปี 2558 และให้ความสําคัญเพิ่มเติมกับตลาดที่มีการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ค่าเงินแข็งค่า และตลาดการค้าในภูมิภาค (2) การเจรจาและสนับสนุนให้ประเทศต่างๆปรับลดอุปสรรคทางการค้าทั้งที่เป็นมาตรการภาษีและมิใช่ภาษีภายใต้กรอบข้อตกลงประชาคมอาเซียนโดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มประเทศ CLMV ซึ่งมีกําหนดปรับลดอัตราภาษีศุลกากรเป็นศูนย์ภายในปี 2558
          4) การเร่งรัดการพิจารณาอนุมัติโครงการส่งเสริมการลงทุนที่ยังคงค้างการพิจารณาและโครงการที่ขอรับการส่งเสริมการลงทุนใหม่ในช่วงปลายปี 2557 รวมทั้งเร่งรัดติดตามให้โครงการที่ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนแล้วให้ดําเนินโครงการโดยเร็ว
          5) การดำเนินนโยบายการเงินและอัตราแลกเปลี่ยนโดยสอดคล้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะ(1) การขยายตัวของภาคการส่งออกยังมีข้อจํากัดจากการที่เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวช้า รวมทั้งการอ่อนค่าของสกุลเงินในประเทศคู่ค้าและคู่แข่ง (2) การลดลงอย่างต่อเนื่องของอัตราเงินเฟ้อโดยเฉพาะในช่วงครึ่งแรกของปี 2558 ที่ระดับราคาสินค้าโดยทั่วไปมีแนวโน้มลดลงและอาจส่งผลกระทบต่อการคาดการณ์เงินเฟ้อและการตัดสินใจทางธุรกิจของภาคธุรกิจเอกชนรวมทั้งการใช้จ่ายของประชาชน โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกยังมีความเสี่ยงที่จะลดลงต่ำกว่าการคาดการณ์ และ (3) อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
          6) การเร่งรัดติดตาม ประเมินผลการใช้จ่ายภาครัฐอย่างต่อเนื่อง

 

         
ข้อมูลจาก : http://www.bangkokbiznews.com







เรียบเรียง และ เขียนข่าวโดย

: ทีมงาน News-Lifestyle

















ข่าวที่เกี่ยวข้อง