ดร.ดำรงศักดิ์ เชื่องยาง ผู้คุมบังเหียนฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บ.เลคิเซ่ ไลท์ติ้ง

2015-07-21 15:52:20


จากข้อมูลการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยกล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีความต้องการไฟฟ้าเพิ่มขึ้นประมาณปีละ 1,200 เมกะวัตต์ ดังนั้น จึงจำเป็นที่จะต้องมีการพัฒนาโรงไฟฟ้าใหม่เพิ่มขึ้น และเนื่องจากปัจจุบันการผลิตไฟฟ้าของประเทศมีการใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติสูงถึงร้อยละ 70 รองลงมาได้แก่ ลิกไนท์และถ่านหิน รวมประ มาณร้อยละ 20 ที่เหลือเป็นพลังงานหมุนเวียนและการซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ดังนั้น เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้าที่มากเกินไป และการสนองตอบต่อความต้องการใช้ไฟ ฟ้าที่เพิ่มขึ้นในแต่ละปีดังกล่าวนั้น สามารถทำได้ใน 4 แนวทางได้แก่ การใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัดและมีประสิทธิ ภาพ การพัฒนาโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงหลัก การพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน และการซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งปัจจุบันภาครัฐ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ได้ดำเนินการให้ความรู้และประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการแก้ปัญหาพื้นฐานคือรณรงค์ให้ประชาชนใช้ไฟฟ้าย่างประหยัด พร้อมกับการประชาสัมพันธ์ใช้หลอด LED เพื่อช่วยประหยัดพลังงานทั่วประเทศ

 

 

ทั้งนี้ เพื่อสนองนโยบายภาครัฐในการลดพลังงาน – การใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพ...บริษัท เลคิเซ่ ไลท์ติ้ง จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอุปกรณ์ส่องสว่างประหยัดพลังงาน   ภายใต้แบรนด์...เลคิเซ่..ด้วยสโลแกน Turn The life On ซึ่งเน้นการผลิตสินค้านวัตกรรมด้านแสงสว่างและอุปกรณ์ประหยัดพลังงานมากกว่า 1,500 รายการ...รองรับงานโปรเจ็คด้านพลังงาน, งานโครงการขนาดกลาง-ใหญ่แบบ Turnkey นอกจากนี้ ยังได้รับการแต่งตั้งเป็น บริษัทจัดการพลังงาน (ESCO) ทำให้ปัจจุบัน เลคิเซ่ ไลท์ติ้ง มีลูกค้ามากกว่า 2,000 รายที่วางใจเลือกใช้บริการ...

 


......วันนี้ทีมงานได้มีโอกาสพูดคุยกับ ดร.ดำรงศักดิ์ เชื่องยาง กรรมการและผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท เลคิเซ่ ไลท์ติ้ง จำกัด  ในฐานะที่เป็น 1 ในสมาชิก ESCO  ลำดับที่ 47 โดยมีสาระสำคัญดังนี้

 

 


ขอทราบถึงที่มากลุ่มโปรเจ็คและESCO

ขอเรียนว่า ปัจจุบันตลาดหลักของเลคิเซ่  ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ 1. คอนซูเมอร์ (Consumer)   2. ตลาดต่างประเทศ และ3. ตลาดโปรเจ็ค
...ในกลุ่มโปรเจ็ค เกิดจากการทำเรื่องพลังงาน จนเกิดการพัฒนากลุ่มสินค้า งานตบแต่ง ตลอดถึงกลุ่มลูกค้า อาทิ กลุ่มผู้รับเหมา,องค์กร, ราชการ (ส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น) และเอกชน.."เราเริ่มทำโครงการตั้งแต่เมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว ทำในลักษณะของการลงทุนให้กับลูกค้า เน้นนโยบายเรื่องประหยัดพลังงานเข้าไปถึงกลุ่มลูกค้า...โดยการแชร์ผลประหยัด  ส่งผลให้เรามีโอกาสเข้าไปลงทุนกับกลุ่มลูกค้าต่าง ๆ เยอะขึ้น  

 


...จนเมื่อปลายปี 2555 บริษัทได้ลงนามบันทึกข้อตกลงด้วยความร่วมมือด้านการอนุรักษ์พลังงานโดยใช้ระบบ ESCO (Energy Service Company) กับสถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ภายใต้กรอบการเป็นบริษัทจัดการพลังงาน โดยเลคิเซ่สามารถให้บริการลูกค้าด้านการจัดการพลังงานไฟฟ้าแสงสว่างแบบครบวงจรครอบคลุมทั้งด้านการให้คำปรึกษาและการวางแผนเพื่อการประหยัดพลังงาน การซัพพอร์ตสินค้าเพื่อการประหยัดพลังงานไฟฟ้าแสงสว่างภายใต้ แบรนด์เลคิเซ่ ซึ่งมีมากกว่า 1,500 รายการ...ภายใต้การบริการนี้จะส่งผลให้ลูกค้าของบริษัท ฯ สามารถใช้พลังงานอย่างประสิทธิ ภาพ ลดทุนด้านพลังงานไฟฟ้าแสงสว่างได้มากถึง..40% ต่อปี ส่งผลให้สามารถแข่งขันทางธุรกิจได้อย่างมี

 

 

ประสิทธิภาพภายใต้กรอบ AEC   

      “ ESCO  เน้นเรื่องของการใช้พลังงานเป็นส่วนใหญ่ เรานำเสนอเรื่องไลท์ติ้ง ผ่านเรื่องนโยบายการประหยัดพลังงาน ซึ่งส่งผลดีสามารถที่จะเข้าตลาดได้เร็วขึ้น  ทำให้องค์กรโตแบบก้าวกระโดด...หมายถึงการเข้าไปในตลาดกลุ่มเจ้าของโครงการ(โอนเนอร์)ที่ต้องการประหยัดพลังงานเป็นหลัก ซึ่งมีองค์กรจำนวนมากทั้งเอกชนและรัฐบาล...เพราะทุกองค์กรมีหลอดไฟอยู่ประมาณ 10 -15  เปอร์เซ็นต์...องค์กรต้องใช้หลอดไฟครั้งละ10,000 หลอด ทำให้เห็นทันทีว่าประหยัดพลังงานลงได้ 50-60 เปอร์เซ็นต์...ส่งผลให้เราเข้าไปในตลาดกลุ่มโปรเจ็คได้เร็ว โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการปกติ  เพราะฉะนั้นองค์กรจะดึงเราไว้เป็นเวนเดอร์โดยอัตโนมัติ ” 

 


 ....โดยธุรกิจบริษัทจัดการพลังงานประกอบด้วยผู้เกี่ยวข้อง 3 ส่วน ได้แก่ 1. ผู้ให้บริการ (ESCO) 2. ผู้รับบริการ ที่ต้องการลดการใช้พลังงานลง โดย ESCO เป็นผู้รับประกันผลการประหยัดพลังงาน ส่วนที่ 3 คือ แหล่งทุน เป็นผู้อนุมัติเงินลงทุนเพื่อการประหยัดพลังงานของผู้รับบริการ ไม่ว่าจะเป็นสถาบันการเงิน, ESCO..

 

 

 

ผู้ประกอบการตื่นตัวมากน้อยอย่างไร

      ผู้ประกอบการมีความตื่นตัวเป็นอย่างมาก เนื่องจากประการแรก ..ได้ตระหนักถึงปัญหาภาวะโลกร้อนซึ่งเป็นกระแสที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ประการที่ 2 เป็นผลมาจากรัฐบาลร่วมรณรงค์และให้การสนับสนุนเรื่องการลดใช้พลังงานอย่างจริงจัง ส่งผลให้ผู้ประกอบการตื่นตัวเรื่องการลดใช้พลังงานมากขึ้น

 


      สำหรับบริการลูกค้าเราแบ่งเป็น 2 เฟส...เฟสแรก  (ก่อนเป็นสมาชิก) เรามีลูกค้าได้แก่ กลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ , กลุ่มโรงพยาบาลธนบุรี  โรงแรมเอเชีย และ เดอะปาร์ค ฯลฯ  องค์กรเหล่านี้เน้นการประหยัดพลังงานลงมาก ....ที่ผ่านมา ลูกค้าเราได้รับรางวัลด้านประหยัดพลัง งาน อาทิ โรงพยาบาลศรีราชา รับรางวัล อาเซียนเอนเนอร์จี อวอร์ด และ ไทยแลนด์เอนเนอร์จี อวอร์ด , อสมท. และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้รับรางวัล บีช 2010 เพราะฉะนั้นกลุ่มลูกค้าเหล่านี้สามารถการันตีได้ชัดเจนอยู่แล้ว

 


       ส่วนเฟสสอง  หลังจากที่ได้ทำร่วมกับเอสโค ทำให้มีลูกค้าเพิ่มขึ้น อาทิ เครือแอลพีเอ็นหรือลุมพินีทาวเวอร์ ทำการติดตั้งไปแล้วมากกว่า 50 % ..ประมาณ 58 โครงการ  ส่วนภาครัฐได้เซ็นสัญญาไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช , มหาวิทยาลัยราชมงคลวิทยาเขตล้านนา(6 วิทยาเขตย่อย)  และลูกค้ากลุ่มโรงงานในต่างจังหวัด อาทิ สุราษฎร์ธานี  เชียงใหม่และอุดรธานี ซึ่งมีศูนย์เซอร์วิสอยู่ทั้งสามแห่ง นอกจากนี้ ยังมีโครงการที่รัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนผ่านการไฟฟ้า เราเป็นหนึ่งในซัพพลายเออร์ที่จะไปเข้าทำงานร่วมกับการไฟฟ้า  

 


       “ในปี 57 เราวางแผนเป้าหมายไว้ค่อนข้างจะดีมาก เรามีตลาดพลังงานเป็นหลักเลย ซึ่งตลาดพลังงานนี้อิงกับนโยบายรัฐบาล ในช่วงที่มีการรัฐประหารส่งผลให้เราสูญรายได้มูลค่านับร้อยล้านบาท  กระทบกับแผนตัวเลขที่เราเซทอัพไว้พอสมควร ในตลาดคอนซูมเมอร์ก็ยังพอไปได้อยู่ไม่กระทบมาก...”
   

 


        ดังนั้นในปี 2558 เราค่อนข้างจะเน้นเรื่องของการแบ่งกลุ่มลูกค้าพอสมควร ไม่เน้นอิงกับนโยบายของรัฐบาลมากนัก เพราะถ้าส่วนนี้หายไปก็ทำให้เราโดนผลกระทบมาก จึงพยายามแชร์ความเสี่ยงไปยังกลุ่มเอกชน 30 เปอร์เซ็นต์ รัฐบาล 30 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลือเป็นตลาดผู้รับเหมา ซึ่งที่ผ่านมาเราไปอิงกับนโยบายของรัฐบาลมากกว่า 60 เปอร์เซ็นต์  เมื่อนโยบายเรื่อง 80:20 ที่ทางรัฐบาลยกเลิกไป ทำให้โปรเจ็คหายหมดเลย อย่างไรก็ดีตอนนี้รัฐบาลมีนโยบาย 70:30 ซึ่งดีขึ้นกว่าเดิม แต่เราก็ไม่ไปอิง 100 เปอร์เซ็นต์  ใช้วิธีกระจายความเสี่ยง

                            

 

 

 การแข่งขันเป็นอย่างไรบ้าง

ถึงวันนี้ ผู้ให้บริการด้านการจัดการพลังงานไฟฟ้าแสงสว่างยังคงมีหลายราย แต่ผู้ให้บริการแต่ละรายจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและตรงใจลูกค้าผู้รับบริการหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับความพร้อมของผู้ให้บริการเอง สำหรับเลคิเซ่ได้เตรียมการเรื่องนี้มาพอสมควร ...หลังจากเราเป็นสมาชิกลำดับที่ 47  ก็มีบริษัทที่เป็นไลท์ติ้งเข้าเป็นสมาชิกอีก 3 บริษัท  อันนี้จะบอกได้ว่าการเจริญเติบโตของตลาดตัวนี้มีสูงมาก และเราก็เป็นผู้นำที่จะขับเคลื่อนเรื่องของเอสโค ที่เป็นไลท์ติ้งเป็นลำดับแรกๆ ..ยิ่งไปกว่านั้น มีบริษัทที่เป็นอินเตอร์ก็เริ่มเข้ามาทำธุรกิจแบบเรา ซึ่งไม่ส่งผลกระทบ เพราะเราปูพรมมาเป็นเวลา 4 ปีแล้ว.. 

 


“ผมให้คำจำกัดความว่าตอนนี้เหมือนตลาดฝุ่นตลบนะครับ คือ มีบริษัทในตลาดเยอะมากลูกค้าก็ไม่รู้ว่าใครตัวจริง ใครตัวปลอม ก็จะมีบริษัทเล็กซึ่งไปเอ้าท์ซอร์สสินค้าจากบริษัทต่าง ๆ มา บริษัทแบบนี้จะมีอยู่ถึงมากกว่า 80 เปอร์เซนต์ แต่ว่ากลุ่มเหล่านี้ก็จะหายไปเองเรื่อยๆ ก็จะคงเหลือบริษัทใหญ่ อยู่สักประมาณ 6-7บริษัท อาจจะใช้เวลาสัก 1-2 ปีที่บริษัทเล็กๆจะหายไปเอง พอเหลือบริษัทใหญ่ๆก็จะเริ่มลุยกันจริงจังมากขึ้น

 

 

วางเป้าหมายในอนาคตอย่างไร ?

การเจริญเติบโตของตลาดตัวนี้มีสูงมาก สาเหตุอันเกิดจาก วิกฤตพลังงาน ซึ่งเป็นเรื่องประเด็นหลักของประเทศ  จึงทำให้ตลาดเหล่านี้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ..ลำดับต่อมาคือ นโยบายของรัฐบาล เมื่อไหร่ก็ตามที่นโยบายชัดเจนในเรื่องของพลังงาน บริษัทเหล่านี้ก็จะเติบโตขึ้น  ทำอะไรได้มากขึ้น แต่เมื่อไหร่ที่เกิดการเปลี่ยนแปลงเรื่องนโยบายหรือว่าหยุดชะงักก็จะเกิดผลกระทบต่อบริษัทเหล่านี้มาก

 


“ ในอนาคตผมมองว่า รัฐบาลทุกยุคทุกสมัยให้ความสำคัญในเรื่องของพลังงานเป็นหลัก   ด้วยวิกฤตพลังงานเหล่านี้ ทำให้ทั้งภาครัฐโหมใช้งบประมาณจำนวนมากเพื่อผลักดันเรื่องของการลดใช้พลังงาน ...ไลท์ติ้งก็เป็นหนึ่งในนั้น เมื่อไหร่ก็ตามที่ยังมีวิกฤตพลังงาน ไลท์ติ้งก็จะเป็นเรื่องที่เจริญเติบโตสามารถทำตลาดได้อีกมากมาย

 


นอกจากนี้ แนวโน้มหลอดแอลอีดีจะเติบโตมาก จากนโยบายของรัฐบาลที่จะสร้างกระแสได้เยอะ การไฟฟ้ามีนโยบายให้ราคาหลอดแอลอีดีมีราคาถูกลงมา ทำให้มีแนวโน้มการซื้อสูงมาก แต่เวลาเราคาดคะเนการตลาด เราจะคาดการณ์จากกลุ่มโปรเจคมากกว่า
 

 

 

สิ่งที่อยากจะฝาก 
เวลาเราไปคุยกับลูกค้า ก็จะบอกเสมอว่า  เรามีความสุขที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการลดใช้พลัง งานอย่างจริงจัง ถ้าคนใช้โปรดักส์ของเราแล้วทำให้การใช้พลังงานลดลงได้ก็จะทำให้อยู่ได้ และคนที่เป็นลูกค้าเราก็สามารถอยู่ได้  เพราะฉะนั้นถ้าเมื่อไหร่ที่มีวิกฤตพลังงานยังอยู่ เราก็อยาก จะอยู่ในสังคมนี้ด้วยการทำธุรกิจเรื่องพลังงาน ทำแล้วก็ให้เกิดประโยชน์ในการช่วยให้ประเทศของเราลดการใช้พลังงานลงได้

 


 
เลคิเซ่ ไลท์ติ้งกับผลงานมากมายอันเป็นที่ประจักษ์ด้านบริการ "ประหยัดพลังงานแบบครบวงจร" ภายใต้กฎเกณฑ์คุณภาพ ESCO ทำให้วันนี้ของเลคิเซ่ ไลท์ติ้ง เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง โดยมีลูกค้าใช้บริการทั่วประเทศ  สำหรับ ผู้ประกอบการรายใดที่สนใจขอใช้บริการด้านการจัดการพลังงานกับเลคิเซ่ สามารถสอบถามรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติมที่ฝ่ายข้อมูลการตลาดบริษัท เลคิเซ่ไลท์ติ้ง จำกัด โทร.034-419299 ทุกวันในเวลาทำการ







เรียบเรียง และ เขียนข่าวโดย

: ทีมงาน News-Lifestyle

















ข่าวที่เกี่ยวข้อง