ส่องเศรษฐกิจไทยช่วงที่เหลือ ทั้งปีโตได้3%จริงหรือ?

2015-07-21 15:55:16


ในวันที่ 17 เมษายนนี้ รัฐบาลก็จะแถลงผลงานรอบ 6 เดือน หลังการเข้ามาบริหารเมื่อ 25 สิงหาคม 2557 และเป็นการแถลงหลังผลสำรวจของโพลต่างๆ ให้คะแนนรัฐบาลน้อยสุด ในด้านการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ - ปากท้อง   อาทิกรุงเทพโพลล์ ให้คะแนนเพียง 5.58 จากคะแนนเต็มสิบ  โดยสูงสุดเป็นคะแนนด้านความมั่นคง  7.11 คะแนน
*ส่งออกวิกฤติข้ามปี   


    นั่นก็เพราะเศรษฐกิจไทยยังไม่มีทีท่าจะฟื้น จากไตรมาส 4 ปีที่แล้วที่ขยายตัว 2.3% ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาสแรกปีนี้ที่ออกมาอย่างไม่เป็นทางการก็ต่ำกว่าคาดอยู่มาก โดยเครื่องยนต์หลัก "ภาคส่งออก" ที่มีสัดส่วนร่วม 70% ของจีดีพี 2 เดือนแรก (ม.ค. -  ก.พ. 2558) ส่งออกในรูปดอลลาร์รวมอยู่ที่ 3.45 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หดตัว 1,746.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือติดลบ 4.82% เนื่องจากเศรษฐกิจโลกและประเทศของประเทศคู่ค้าหลักยังไม่ฟื้นดี โดยเฉพาะการชะลอของเศรษฐกิจจีนที่คาดว่าปีนี้จีดีพีจีนจะขยายเพียง 6% เศษ


    ช่วงสัปดาห์ก่อน หลายหน่วยงานได้ขยับปรับเป้าส่งออกลงชนิดไม่เหลือความหวัง  ทั้งสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทยหรือสภาผู้ส่งออกที่มองว่าส่งออกทั้งปีอาจไม่โตหรือขยายตัว 0%, คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) คาดอย่างดีก็อาจขยายไม่ถึง 1%


*พาณิชย์หั่นเป้าหลังสงกรานต์
    ม.ร.ว ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี  กล่าวในงานเสวนาหัวข้อ "ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ Trading Nation  (เมื่อ 8 เม.ย. 58)  จัดโดยสภาผู้ออก ระบุว่าเฉลี่ย 3 เดือนแรกของปีนี้ส่งออกอาจติดลบถึง 4% ถือเป็นหดตัวสูงมากหลังจากวิกฤติเศรษฐกิจเป็นต้นมา  และทั้งปีอาจไม่โต และอาจเห็นตัวเลขส่งออกติดลบต่ออีก 2 ปี ส่วนยอดส่งออกที่ลดลงมากในช่วง 3 เดือนแรก น่าจะเป็นจุดต่ำสุดแล้ว (อ่านรายละเอียดต่อหน้า 14)


    สอดคล้องกับพล.อ.ฉัตรชัย  สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  ที่เตรียมทบทวนปรับเป้าส่งออกลง ในวันที่ 20 เมษายนนี้ (เป้าปัจจุบันที่ 4%) โดยเชื่อว่าส่งออกทั้งปียังน่าเป็นบวกซึ่งจะเห็นสัญญาณชัดในไตรมาส 3-4   จากนโยบายการเปิดตลาดใหม่ก็ดีและการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ส่งออกเป็น 4 กลุ่มเพื่อกระจายความเสี่ยง  อาทิ


     1.กลุ่มตลาดอาเซียนในกลุ่ม CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ เวียดนาม) และฟิลิปปินส์ 2.กลุ่มตลาดที่มีพัฒนาการทางเศรษฐกิจปานกลางแต่ศักยภาพสูง เช่น จีน อินเดีย ออสเตรเลีย  ตะวันออกกลาง ลาตินอเมริกา  3.กลุ่มตลาดหลักเช่น สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น และ 4.กลุ่มตลาดใหม่ที่ยังเป็นตลาดเล็ก เช่นตลาดแอฟริกา เอเชียใต้(ยกเว้นอินเดีย)  


*เบิกจ่ายลงทุน 6 เดือน 31%
    หันมามองในด้านการเบิกจ่ายภาครัฐ กรมบัญชีกลาง  ระบุว่า ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2558 ภาพรวมการเบิกจ่ายปี 2558  เบิกจ่ายแล้ว 51.42% ของงบฯรายจ่ายรวม (งบรายจ่ายรวมปีงบฯ 2558 อยู่ที่  2.575 ล้านล้านบาท) คิดเป็นวงเงิน 1.324 ล้านล้านบาท  การเบิกจ่ายด้านลงทุน  ทำได้เพียง  31.08% ของวงเงินลงทุนรวม (วงเงินลงทุนรวม 4.49 แสนล้านบาท) คิดเป็นวงเงิน 1.397 แสนล้านบาท จากเป้าเบิกจ่ายลงทุนทั้งปี  87% ของงบลงทุนรวม     


    การลงทุนภาครัฐที่ล่าช้า ยังส่งผลให้การลงทุนของเอกชนที่มีสัดส่วน 20% ของจีดีพีชะลอไปด้วย สะท้อนจากเครื่องชี้การลงทุนในเครื่องจักรอุปกรณ์   และเครื่องชี้ภาคก่อสร้าง  โดยดัชนีการลงทุนเดือนกุมภาพันธ์เทียบช่วงเดียวกันขยายเพียง 0.5%


    ส่วนการใช้จ่ายภาคครัวเรือนที่มีสัดส่วนต่อจีดีพีถึง 54-55% ก็ยังมีข้อจำกัดทั้งจากปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ระดับสูง (หนี้ครัวเรือนไตรมาส 3/57 มีสัดส่วน 84.7% ของจีดีพี) ราคาพืชผลเกษตรที่ยังตกต่ำ  และการบริโภคสินค้าคงทนที่ยังไม่เพิ่ม ส่งผลให้การบริโภคภาคครัวเรือนเดือนกุมภาพันธ์ เทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ติดลบ 2.6%


*ท่องเที่ยวคึกพยุงเศรษฐกิจ
    ขณะที่ปัจจัยบวกที่พอจะพยุงเศรษฐกิจไทยปีนี้ชัดเจนคือ "ท่องเที่ยว" ซึ่งมีสัดส่วนต่อจีดีพี10% ไตรมาสแรกปีนี้มียอดนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทย 7.8 ล้านคน เพิ่ม 23% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน  สร้างรายได้ 3.68 แสนล้านบาท เทียบจากไตรมาสแรกปี 2557 มียอดนักท่องเที่ยว 6.37 ล้านคน หรือติดลบ 9.02 %


    "สัญญาณการเติบโตทำให้คาดว่าปีนี้นักท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้นราว 28.8 ล้านคนจากปี 2557 ที่มีเพียง 24.7 ล้านคน  และคาดว่าจะสร้างรายได้ได้ประมาณ 2.2 ล้านล้านบาท "นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าว


    นอกจากนี้อานิสงส์จากราคาน้ำมันที่ปรับลด  ยังเป็นตัวกระตุ้นสำคัญให้เกิดการบริโภค  ดังสะท้อนผ่านการจัดเก็บภาษีมูลค่าหรือ VAT ในเดือนมีนาคม 2558  ซึ่งรัฐสามารถจัดเก็บได้ถึง 6.10 หมื่นล้านบาท เพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว  6.6%  จำนวนนี้เป็นส่วนแวตที่มาจากการบริโภคในประเทศเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึง 19.5 %


*วัดกำลัง "ลงทุนรัฐ" ครึ่งปีหลัง
    อย่างไรก็ดีเศรษฐกิจโดยรวมในครึ่งปีหลังจะฟื้นเต็มที่ได้หรือไม่  ต้องลุ้นว่ารัฐจะเร่งรัดการเบิกจ่าย โครงการลงทุน ตลอดจนการใช้จ่ายเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในต่างจังหวัด เดินหน้าแค่ไหน  ทั้งโครงการรถไฟสายสีเขียว (ช่วงหมอชิต - สะพานใหม่ - คูคต ) ซึ่งการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ได้ลงนามสัญญาก่อสร้างงานโยธาไปแล้วเมื่อ 3 เมษายนที่ผ่านมา  จำนวน 4 สัญญามูลค่าโครงการ 2.87 หมื่นล้านบาท,โครงการลงทุน "คมนาคมขนส่งระยะเร่งด่วน  59 โครงการ" วงเงินลงทุน 8.476 แสนล้านบาท   จำนวนนี้เป็นโครงการที่พร้อมดำเนินการในปีงบ 2558 วงเงิน 5.598 หมื่นล้านบาท, ประมูลคลื่น 4 จี  ย่านความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ และ 900 เมกะเฮิรตซ์  มูลค่าเบื้องต้น 4.572 หมื่นล้านบาท ที่มีกำหนดการจะประมูลในช่วงปลายปี (พ.ย.-ธ.ค. 2558) และโครงการสุวรรณภูมิเฟส 2  เป็นต้น


    รวมถึงเครื่องยนต์ขับเคลื่อนจากการลงทุนภาคเอกชน ที่กกร.ประเมินว่า โครงการลงทุนที่ได้รับการอนุมัติส่งเสริมจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)ในช่วงปี 2556-2557 อย่างน้อยน่าจะก่อให้เกิดการลงทุนในปีนี้ประมาณ 1.2 ล้านล้านบาท


    เพราะหากไม่มีปัจจัยบวกอื่นเพิ่มแล้ว  ลำพังเฉพาะภาคส่งออกที่มีอิทธิพลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทย ไม่น้อยกว่า 1%  แน่นอนว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้ไม่ถึงฝั่ง  หรืออย่างที่รัฐมนตรีคลัง "สมหมาย ภาษี" มองข้ามช็อตยอมรับว่า "เศรษฐกิจปีนี้โตได้  2% ถือว่าดีแล้ว.."

 


ข้อมูลจาก : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 35 ฉบับที่ 3,043  วันที่  12 - 15  เมษายน  พ.ศ. 2558







เรียบเรียง และ เขียนข่าวโดย

: ทีมงาน News-Lifestyle

















ข่าวที่เกี่ยวข้อง