จับประเด็นเศรษฐกิจ ธนาคารซีไอเอ็มบีไทยครึ่งปีกำไรหดตัว 44%

2015-07-21 16:04:32


ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) เผยว่า ในไตรมาส 2 ปีนี้ ธนาคารมีกำไรสุทธิ 217 ล้านบาท โดยกำไรสุทธิต่อหุ้นอยู่ที่ 1 สตางค์ เพิ่มขึ้น 18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 184 ล้านบาท ในขณะที่ทาง นายสุภัค ศิวะรักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMBT) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของกลุ่มธนาคารงวด 6 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย.58 มีรายได้จากการดำเนินงานจำนวน 6,078 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 945 ล้านบาท หรือ18.4% เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปี 57 จากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 5% และรายได้ค่าธรรมเนียมกับบริการสุทธิ 28.2% รวมถึงรายได้อื่น 76.9% ส่วนกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้น 53.2% เป็นจำนวน 2,595.3 ล้านบาท เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน 1.3% แต่ทั้งนี้ผลการดำเนินงานทั้งหมด ทำให้กำไรสุทธิของธนาคารลดลงจำนวน 277 ล้านบาท หรือ 44.3% เป็นจำนวน 348 ล้านบาทเมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกัน หลังการสำรองหนี้สงสัยจะสูญที่เพิ่มขึ้น 138.5% อันเป็นผลมาจากการชะลอตัวลงของสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ

 

 

@กปน.เผยระบบผลิตประปาเมืองกรุงกลับสู่ปกติ
นายธนศักดิ์ วัฒนฐานะ ผู้ว่าการประปานครหลวง (กปน.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ การขาดแคลนน้ำเพื่อนำมาใช้ผลิตเป็นน้ำประปาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) จนเกิดภาวะน้ำกร่อยในบางพื้นที่ ขณะนี้เริ่มเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นและผ่านพ้นช่วงวิกฤตที่สุดแล้ว เนื่องจากที่ผ่านมา มีฝนตกลงมาในหลายพื้นที่ รวมถึงการปล่อยน้ำจากเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ คาดว่า 2-3 วันระบบน้ำจะสมดุล เพราะจากการตรวจสอบล่าสุดพบว่าค่าความเค็มลดลงเหลือเพียง 0.25 กรัม/ลิตร ซึ่งตามปกติ ค่าความเค็มจะสูงได้ไม่เกิน 0.5 กรัม/ลิตร ทั้งนี้ ยืนยันว่าสามารควบคุมคุณภาพน้ำได้แล้ว จึงขอให้ประชาชนมั่นใจว่าน้ำประปาจะยังคงใช้ได้ตามปกติและมีเพียงพอกับความต้องการ แต่อยากรณรงค์ให้ประชาชนช่วยกันประหยัดน้ำ เนื่องจากยังมีความกังวลว่าในปีหน้าอาจจะเกิดวิกฤตภัยแล้งจนขาดแคลนน้ำอีก รวมถึงเป็นการช่วยเหลือภาคการเกษตร เบื้องต้นทางการประปานครหลวงได้มีการวางมาตรการเสริมสำหรับปีหน้าไว้แล้วนอกจากนี้ กปน.ได้เปิดโครงการกิจกรรมช่วยราษฎร์ ช่วยรัฐ ช่วยประหยัด น้ำประปา รณรงค์ให้ประชาชนประหยัดการใช้น้ำ 10% โดยหากประชาชน ลดการใช้น้ำได้ตามกำหนดทางการประปานครหลวงจะมีของที่ระลึกมอบให้ผู้ลดการใช้น้ำมากสุด 5 อันดับแรก

 

 

@ภัยแล้งฉุด! แนวโน้มส่งออกข้าวลดเหลือ 9.5 ล้านตัน 
ร.ต.ท.เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ระบุว่า ได้ปรับลดเป้าหมายการส่งออกข้าวปี 2558 จากเดิมที่คาดการณ์ว่า จะส่งออกได้ 10,000,000 ตัน เหลือส่งออก 9,500,000 ตัน แบ่งเป็นการส่งออกข้าวขาว 4,800,000 ตัน ข้าวหอมมะลิ 2,200,000 ตัน ข้าวนึ่ง 2,200,000 ตัน ข้าวเหนียว 200,000 ตัน และข้าวหอมปทุมธานี 100,000 ตัน ทั้งนี้ ปัจ จัยลบมาจากพื้นที่ปลูกข้าวนาปรังปี 2558 ลดลง ส่งผลให้ผลผลิตข้าวเปลือกนาปรังลดลงรวมถึงข้าวนาปี ที่ต้องเลื่อนฤดูกาลเพาะปลูกออกไป และมีสัญญาณว่า ภัยแล้งอาจจะต่อเนื่องออกไปอีก 1-2 ปี รวมถึงภาวะเศรษฐกิจโลกซบเซา อาจส่งผลต่อการนำเข้าข้าวของไทย

 


อย่างไรก็ตาม ได้มีข้อเสนอแนะต่อภาครัฐเพื่อผลักดันการส่งออกข้าวในครึ่งปีหลัง เช่น ขอให้ระบายสต๊อกข้าวรัฐบาลดำเนินการอย่างถูกต้อง เหมาะสมและสอดคล้องกับภาวะตลาด เร่งเจรจาทำสัญญาขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือ จีทูจี กับรัฐบาลจีนในส่วนที่ยังคงค้าง 2,000,000 ตัน รวมถึงควบคุมดูแลค่าเงินบาทให้อยู่ในระดับเหมาะสมและมีเสถียรภาพ

 

 

@เอสเอ็มอีแบงก์จับมือบสย.อุ้ม SMEs
นางสาลินี วังตาล ประธานกรรมการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) เปิดเผยว่า ธนาคารร่วมกับบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม หรือ บสย. ในโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ Policy Loan ในการช่วยเหลือลดภาระทางการเงินของเอสเอ็มอี ขนาดเล็กที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว โดยให้กู้ยืมเงินในอัตราดอกเบี้ยต่ำ 4% และให้บสย. ค้ำประกัน เพื่อลดความเสี่ยงของธนาคารผู้ปล่อยกู้ โดยมีวงเงินรวม 15,000 ล้านบาท ทั้งนี้ การค้ำประกันของ บสย. เป็นลักษณะ Portfolio Guarantee Scheme มีเพดานค้ำประกันสูงสุด 18% ของยอดเงินให้สินเชื่อ โดยหลักเกณฑ์สำหรับกรณีวงเงินกู้ ไม่เกิน 1 ล้านบาท ลูกหนี้เอสเอ็มอีมักไม่มีหลักประกัน จึงให้บสย. ค้ำประกันทั้งจำนวน กรณีที่มีวงเงินกู้มากกว่า 1 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 5 ล้านบาท ถ้าผ่านการคัดกรองจากหน่วยงานพันธมิตรที่เซ็น MOU กับเอสเอ็มอีแบงก์ ทางบสย.จะค้ำประกันให้ทั้งหมด แต่ถ้ากรณีไม่ผ่านการคัดกรอง ให้ใช้ส่วนผสมโดยใช้หลักประกันตามเกณฑ์ปกติของธนาคาร 40% และบสย.ค้ำประกัน 60% ของยอดสินเชื่อ ส่วนกรณีวงเงินมากกว่า 5 ล้านบาท ให้ใช้หลักประกันตามเกณฑ์ของธนาคาร โดยโครงการ ดังกล่าวสินเชื่อกดอกเบี้ยต่ำปีที่ 1-3 อัตราดอกเบี้ย 4% สำหรับวงเงินไม่เกิน 15 ล้านบาทแรก และปีที่ 4-5 วงเงินไม่เกิน 5 ล้านบาท คิดดอกเบี้ย MLR ต่อปี และวงเงินเกิน 5 ล้านบาท คิดดอกเบี้ยตามเกณฑ์ธนาคาร โดยมีระยะเวลากู้สูงสุดไม่เกิน 5 ปี และปลอดชำระหนี้เงินต้นสูงสุดไม่เกิน 6 เดือน นอกจากนี้ บสย.จะยกเว้นค่าธรรมเนียมให้ผู้กู้ปีแรก ส่วนปีที่ 2-3 เก็บค่าธรรมเนียม 1% ของวงเงินค้ำประกัน จากอัตราปกติที่เก็บ 1.75% โดยกระทรวงการคลังจะชดเชยส่วนที่ขาดให้บสย. และในปีที่ 4-5 จะต้องให้เอสเอ็มอีจ่ายค่าธรรมเนียมให้ บสย.ปกติ คือ 1.75% นางสาลินีกล่าวว่า ณ วันที่ 15 ก.ค.ที่ผ่านมา มีเอสเอ็มอีขอกู้ 1,217 ราย รวมวงเงิน 6,185 ล้านบาท ในจำนวนดังกล่าวเป็นการขอกู้ของเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ 3,897 ล้านบาท รวม 867 ราย ส่วนที่เหลือเป็นเอสเอ็มอี ขนาดเล็กที่ต้องการค้าขายกับประเทศเพื่อนบ้าน

 

 

@วิธีนำเข้าแรงงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

           นายสุเมธ มโหสถ อธิบดีกรมการจัดหางานเปิดเผยว่า สถานประกอบการ ที่จำเป็นต้องจ้างแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ ได้แก่ เมียนมาร์ ลาว และกัมพูชา  สามารถดำเนินการได้โดยวิธีนำเข้าแรงงานต่างด้าวอย่างถูกต้องตามกฎหมายภายใต้ "MOU"  ที่ร่วมมือกันนำแรงงานต่างด้าวเข้ามาในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยได้ปรับปรุงระบบฯให้มีความสะดวก รวดเร็ว ประหยัดและคุ้มค่า ซึ่งนายจ้าง/สถานประกอบการสามารถยื่นขอโควตาได้ ณ สำนักจัดหางานกรุงเทพเขตพื้นที่ 1-10 หรือสำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด...โดยนายจ้างต้องยื่นขอนำเข้าแรงงานต่างด้าว กรมการจัดหางานจะจัดส่งคำร้องให้ประเทศต้นทางภายใน 6 วัน เมื่อประเทศต้นทางอนุมัติ นายจ้างจะได้รับเอกสารไปยื่นขอวีซ่าภายใน 7 วัน โดยในส่วนขั้นตอนการขอใบอนุญาตทำงานนั้น แรงงานต่างด้าวจะได้รับอนุญาตทำงานไม่เกิน 7 วัน เป็นการลดขั้นตอนและระยะเวลา สำหรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินการในประเทศไทยมีจำนวนทั้งสิ้น 2,000 บาท  สำหรับกิจการประมงเกษตร ปศุสัตว์และงานรับใช้ในบ้าน ค่าใช้จ่ายในประเทศเป็นจำนวนเงิน 3,600 บาท ระยะเวลาการจ้างงานครั้งแรกอนุญาตทำงานไม่เกิน 2 ปี และขยายเวลาให้อีก 2 ปี รวมแล้วไม่เกิน 4 ปี จากนั้นเดินทางกลับประเทศต้นทางเพียง 30 วัน และกลับมาทำงานใหม่ได้ ส่วนในกิจการประมงทะเล สามารถเพิ่มนายจ้างได้อีกไม่เกินจำนวน 2 ราย ในกิจการและจังหวัดเดียวกัน ...สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมการจัดหางาน โทร. 1694 หรือ เว็บไซต์กรมการจัดหางาน

 

 

@ปตท.คาดกำไรไตรมาส 2 ปีนี้ใกล้เคียงไตรมาส 1

นาย วิรัตน์ เอื้อนฤมิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน  บริษัท ปตท. จำกัด มหาชน คาดการณ์กำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปีนี้ของปตท. จะใกล้เคียงกับในไตรมาสแรกที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ประมาณ 22,600 ล้านบาท แม้ว่าปตท.จะบันทึกกำไรพิเศษจากการขายหุ้นบางจากทั้งหมด 27.2% ด้วยมูลค่าประมาณ 4 พันล้านบาท แต่กำไรของปตท.ยังคงถูกกดดันจากการที่ บริษัทลูกอย่าง ปตท.สผ. มีกำไรลดลงอย่างมาก ตามทิศทางราคาน้ำมันที่ลดลง ในขณะที่แนวโน้มในช่วงครึ่งปีหลัง มองธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมของ ปตท.สผ. จะยังได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่ยังอยู่ระดับต่ำ โดยมองทิศทางราคาน้ำมันในช่วงนี้จะยังอยู่ที่ 50-60 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลขณะที่ทางด้านนายสรัญ รังคสิริ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย ของปตท. เปิดเผยว่า ปตท.จะยังไม่ปรับราคาขายปลีกน้ำมันในช่วง 1-2 วันนี้ เพราะค่าการตลาดยังอยู่ในเกณฑ์เหมาะสม โดยตลาดกำลังจับตาดูเรื่องกรณีอิหร่าน ว่าจะกดดันราคาน้ำมันอีกหรือไม่ อย่างไรก็ตามปตท.มีแผนจะออกหุ้นกู้สกุลเงินบาทจำนวน 4-5 พันล้านบาทในช่วงไตรมาส 3นี้ เพื่อทดแทนหุ้นกู้เดิมที่จะครบกำหนด โดยจะเสนอขายให้กับรายย่อย ส่วนการออกหุ้นกู้เพื่อใช้ลงทุนนั้น ขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็น เนื่องจากมีเงินสดอยู่ 6-7 หมื่นล้านบาท เพียงพอกับการลงทุนในช่วงนี้ แต่อย่างไรก็ตาม ปตท.ก็ยังมองโอกาสที่จะออกหุ้นกู้สกุลดอลลาร์ด้วยเช่นกัน แต่ต้องพิจารณาตามความเหมาะสมต่อไป

 

 

@“ปีติพงศ์” ชี้เรือประมงเริ่มออกทำประมงมากขึ้น 
          นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าตามที่ได้สั่งการให้กรมประมงติดตามสถานการณ์การทำประมง และผู้ประกอบการประมง ในพื้นที่ 22 จังหวัดชายทะเล พบว่า สถานการณ์โดยทั่วไปเริ่มเข้าสู่สภาวะปกติเรือประมงออกทำการประมงมากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ชายฝั่งทะเลอันดามัน เช่น สตูล ตรัง กระบี่ เป็นต้น.. ผลดำเนินการให้บริการของหน่วยเคลื่อนที่ และการบริการปกติ ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน พบว่า มีการรับคำขอและออกใบอนุญาตทำการประมง 1,622 ฉบับ ใบทะเบียนเรือไทย 992 ลำ ใบอนุญาตใช้เรือ 800 ลำ ใบอนุญาตนายท้ายเรือ 5,532 ราย ใบอนุญาตช่างเครื่อง 5,269 ราย และใบอนุญาตอื่น เช่น ยกเลิกทะเบียนเรือ ขอเปลี่ยนแปลงขนาดเรือ เครื่องยนต์ รวม 106 ลำ ซึ่งในส่วนของหน่วยเคลื่อนที่ยังเปิดให้บริการผู้ประกอบการเรือประมงรายใดที่ยังไม่มีทะเบียนเรือ ใบอนุญาตใช้เรือ ใบอนุญาตทำการประมง สมุดบันทึกการทำประมง (Log Book) บัตรประชาชน(ไต๋เรือ นายท้ายเรือ ช่างเครื่อง) ทะเบียนลูกจ้าง ใบอนุญาตทำงาน สัญญาจ้าง ใบประกาศ (นายท้าย ช่างเครื่อง) และการติดตั้งอุปกรณ์ติดตาม (VMS) สามารถแจ้งความประสงค์ขอดำเนินการได้ภายในวันที่ 15 กรกฎาคม 2558 หรือสามารถไปติดต่อยังสำนักงานประมงจังหวัดได้ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2558 นี้







เรียบเรียง และ เขียนข่าวโดย

: ทีมงาน News-Lifestyle

















ข่าวที่เกี่ยวข้อง