หอการค้าไทย สรุปภาวะเศรษฐกิจสำคัญในรอบสัปดาห์

ภาวะเศรษฐกิจสำคัญในรอบสัปดาห์

กลุ่มข่าว / ECONOMICS / Hot Biz

หอการค้าไทย สรุปภาวะเศรษฐกิจสำคัญในรอบสัปดาห์
Published on: 21 ก.ค. 2558

ภาวะเศรษฐกิจสำคัญในรอบสัปดาห์   
 

          - ศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศคาดส่งออกไทยปี 58 ติดลบ 3.8% ต่ำสุดรอบ 6 ปี
          - สศก. คาด GDP ภาคเกษตรปีนี้หดตัว 3.3-4.3%
          - คลังเผย 9 เดือนแรกปีงบฯ 58 รัฐบาลจัดเก็บรายได้ต่ำกว่าเป้า 3.9% แต่กลับมาสูงกว่าปีก่อน

 

 

          ศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยเปิดเผยถึงการวิเคราะห์ทิศทางการส่งออกของไทยการส่งออกปี 2558 คาดติดลบ 3.8% เป็นการติดลบต่อเนื่องปีที่ 3 และติดลบมากสุดในรอบ 6 ปี  หลังจากช่วง 5 เดือนแรก (มกราคม-พฤษภาคม) ติดลบร้อยละ 4.2 โดยคาดว่าในครึ่งหลังของปี 2558 การส่งออกจะยังคงหดตัวต่อเนื่อง โดยมีมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ระดับ 106,561-115,658 ล้านเหรียญสหรัฐ ติดลบร้อยละ 7.5 ถึงบวกร้อยละ 0.4 โดยมีค่ากลางติดลบร้อยละ 3.6 มูลค่าการส่งออก 111,098 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้ทั้งปีมีมูลค่าการส่งออก 214,358-223,456 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ติดลบร้อยละ 1.8-5.8 มีค่ากลางติดลบร้อยละ 3.8 มูลค่า 218,896 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายใต้สมมติฐานการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยปีนี้ขยายตัวที่ร้อยละ 3 ซึ่งหากต้องการให้การส่งออกทั้งปีขยายตัวร้อยละ1.2 ตามเปาของกระทรวงพาณิชย์ ในช่วง 7 เดือนที่เหลือ การส่งออกจะต้องขยายตัวร้อยละ 4.6 โดยมูลค่าการส่งออกเฉลี่ยในแต่ละเดือนอยู่ที่ 20,223 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งหากพิจารณาจากสถิติย้อนหลังมีโอกาสเป็นไปได้น้อยมาก แต่หากการส่งออกติดลบที่ร้อยละ 3.8 ในช่วง 7 เดือนที่เหลือจะมีมูลค่าการส่งออกเฉลี่ยเดือนละประมาณ 18,516 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ

 

 

ทั้งนี้การส่งออกที่ปรับตัวลดลงเนื่องจากปัจจัยเสี่ยงด้านราคาสินค้าเกษตรของไทยมีแนวโน้มลดลง ปัญหาเรื่องของประมงผิดกฎหมายซึ่งอียูให้โอกาสไทยแก้ไขปัญหานี้จนถึงสิ้นเดือนตุลาคม 2558 หากไทยไม่สามารถแก้ไขได้ไทยอาจสูญเสียมูลค่าการส่งออกสินค้าประมงในตลาดยุโรปถึงประมาณ 25,269 ล้านบาท อย่างไรก็ดีปัจจัยบวกที่มีผลต่อการส่งออกไทยยังมีอยู่บ้างเช่นการอ่อนค่าของค่าเงินบาทแต่อาจส่งผลได้ไม่มากนัก เนื่องจากค่าเงินบาทอ่อนค่าเป็นอันดับ 3 รองจากอินโดนีเซียและมาเลเซียซึ่งถือเป็นประเทศคู่แข่งที่สำคัญของไทย สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงภาวะเศรษฐกิจการเกษตรในช่วงครึ่งแรกของปี 2558 พบว่าหดตัวร้อยละ 4.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากในช่วง 5 เดือนแรก มูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรชะลอตัวลงถึงร้อยละ 9.4 สาเหตุหลักมาจากประเทศคู่ค้าทั้งตะวันออกกลางและแอฟริกาได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันดิบที่ลดลง ส่งผลให้ชะลอการนำเข้าสินค้าเกษตรจากไทย นอกจากนี้ปัญหาภัยแล้งต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปี 2557 จนถึงปัจจุบัน ส่งผลให้ชาวนาต้องงดทำนาปรังและนาปีในช่วง 2 เดือนของฤดูกาล จึงทำให้ภาวะเศรษฐกิจการเกษตรของไทยครึ่งปีแรกหดตัว ทั้งนี้ สศก. คาดว่าทั้งปีนี้ GDP ภาคเกษตรจะยังหดตัวอยู่ในช่วงร้อยละ 3.3 ถึงร้อยละ 4.3  ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องมีการประเมินผลกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้งและฝนทิ้งช่วงอย่างใกล้ชิด เพื่อหามาตรการช่วยเหลือเฉพาะหน้าและมาตรการแก้ปัญหาในระยะยาวแก่เกษตรกรต่อไป

 


          สำนักงานเศรษฐกิจการคลังเผยยอดการจัดเก็บรายได้รัฐบาลช่วง 9 เดือนของปีงบประมาณ 2558 อยู่ที่ 1.63 ล้านล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมาย 6.56 หมื่นล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 3.4 แต่สูงกว่าช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมาร้อยละ 5.3 เป็นผลจากภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม และภาษีสรรพสามิตรถยนต์ จัดเก็บได้ต่ำกว่าเป้าหมาย เนื่องจากยังคงได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในช่วงที่ผ่านมา และจากราคาน้ำมันดิบที่ลดลงเป็นอย่างมาก จากการจัดเก็บรายได้ของภาครัฐที่ต่ำกว่าเป้าหมายสะท้อนให้ว่าเห็นว่าภาวะเศรษฐกิจยังอยู่ในภาวะชะลอตัว แม้ว่าการจัดเก็บรายได้รวมจะขยายตัวจากปีก่อนก็ตาม แต่ปญหาการหดตัวของภาคการส่งออก และปญหาภัยแล้งที่เริ่มส่งผลกระทบในวงกว้างนับเป็นปจจัยเสี่ยงที่จะกระทบต่อรายได้ของภาครัฐ ดังนั้นการลงทุนจากภาครัฐและเอกชนทั้งจากโครงการลงทุนขนาดเล็กที่มีการเร่งรัดเบิกจ่ายและโครงการขนาดใหญ่ รวมถึงมาตรการสนับสนุนให้ SMEs มีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการเป็นหนี้นอกระบบ หรือมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง น่าจะเป็นปัจจัยหลักที่จะเข้ามาช่วยกระตุ้นให้เกิดการบริโภคและการจ้างเพิ่มขึ้น ซึ่งจะมีผลกลับมาสู่การจัดเก็บรายได้ของภาครัฐในที่สุด

 

 

เศรษฐกิจโลกรอบสัปดาห์

          - ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ คาด Fed ขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้
          - กรีซผ่านร่างกฎหมายปฏิรูปเศรษฐกิจฉบับใหม่ ขณะที่ EU ปล่อยเงินกู้ระยะสั้นให้กรีซ
          - ECB คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.05%
          - จีดีพีจีน ไตรมาส 2/58 ขยายตัว 7%
          - BOJ ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจญี่ปุ่น อยู่ที่ 1.7%
          - ราคาน้ำมันปรับตัวลดลง จากความกังวลการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน

 

 

          เศรษฐกิจโลกในสัปดาห์ เริ่มด้วยประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ออกมายืนยันว่า Fed เตรียมที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกในปีนี้ โดย Fed มองว่าปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ กำลังฟื้นตัวขึ้น ด้านเศรษฐกิจยูโรโซนตลาดยังให้ความสนใจไปที่การเจรจาระหว่างกลุ่มเจ้าหนี้และกรีซ หลังกรีซได้ยื่นแผนการปฏิรูปการคลังต่อกลุ่มเจ้าหนี้ ล่าสุดได้มีการรับรองแผนปฏิรูปเศรษฐกิจฉบับใหม่ตามแนวทางของกลุ่มเจ้าหนี้แล้ว ขณะที่สหภาพยุโรปเห็นพ้องในหลักการที่จะปล่อยเงินกู้ระยะสั้นจำนวนเงิน 7,000 ล้านยูโรให้แก่กรีซแล้ว เพื่อให้กรีซสามารถชำระหนี้จำนวน 3,500 ล้านยูโรแก่ ECB ในวันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคมนี้ ด้านผลการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 0.05  ต่อไป ขณะที่เศรษฐกิจจีนมีการชะลอตัวลงต่อเนื่องสำนักสถิติแห่งชาติของจีน รายงานตัวเลขจีดีพีจีนในไตรมาส 2/2558 ขยายตัวร้อยละ 7.0 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเป็นอัตราเดียวกันกับในช่วงไตรมาสแรก ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 6 ปี (นับตั้งแต่ช่วงวิกฤติการเงินโลกเมื่อปี 2552) แต่อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังคงเป็นไปตามเป้าหมายที่รัฐบาลจีนกำหนดไว้ที่ร้อยละ7 ด้านเศรษฐกิจญี่ปุ่นธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ)ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นลงมาอยู่ที่ร้อยละ 1.7 จากเดิมที่เคยคาดการณ์ว่าจะขยายตัวที่ร้อยละ 2.0 ผลจากการส่งออกและผลผลิตภาคอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มชะลอตัว

 


          สำหรับราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้ปรับตัวลงเล็กน้อยจากสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 56.25 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล จากความกังวลต่อการส่งออกน้ำมันของอิหร่านที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหลังจากอิหร่านและกลุ่มชาติมหาอำนาจทั้งหกสามารถบรรลุข้อตกลงเรื่องโครงการนิวเคลียร์ได้

 

 

ประเด็นที่น่าจับตามองในสัปดาห์นี้ (20-24 กรกฎาคม 2558)

          - สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) แถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม และยอดการผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์เดือนมิถุนายน 2558 
          - ดัชนี PMI ขั้นต้นภาคการผลิตเดือนกรกฎาคม 2558 ของจีนและญี่ปุน
          - กรีซจะชำระหนี้ให้ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม 2558




TAGS ข่าว :



1






ติดต่อลงโฆษณา เว็บไซต์ , โทรทัศน์
0816490178 วรลักษณ์ อิงคมณี ([email protected])
02-271-6500 ต่อ 105 - 107