วิเคราะห์สถานการณ์น้ำมัน บมจ.ไทยออยล์

วิเคราะห์สถานการณ์น้ำมัน: บมจ.ไทยออยล์

กลุ่มข่าว / ECONOMICS / Hot Biz

วิเคราะห์สถานการณ์น้ำมัน บมจ.ไทยออยล์
Published on: 21 ก.ค. 2558

          WTI ลงเล็กน้อย หลังคาดอิหร่านส่งออกน้ำมันดิบเพิ่ม ส่วนเบรนท์ขึ้น หลังแหล่งผลิตน้ำมันดิบ Buzzard ชะงักในวันพุธที่ผ่านมา

 


          + ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือน ส.ค. 58 ทรงตัว หลังจำนวนหลุมขุดเจาะน้ำมันดิบในสหรัฐฯ ปรับลดลง แต่ปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบของอิหร่านที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นยังเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันราคาน้ำมันดิบ ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือน ก.ย. 58 ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย หลังแหล่งผลิตน้ำมันดิบ Buzzard ได้หยุดดำเนินการผลิตไปเมื่อวันพุธที่ผ่านมา เนื่องจากเหตุขัดข้องทางระบบไฟฟ้า

 


          + Baker Hughes รายงานจำนวนแหล่งขุดเจาะน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ปรับลดลง 7 แหล่ง ซึ่งสาเหตุสำคัญมาจากราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสที่ได้ปรับลดลงเกือบร้อยละ 15 ในช่วงเดือน ก.ค. 58 ประกอบกับอิหร่านเริ่มขนส่งน้ำมันดิบไปยังภูมิภาคเอเชีย หลังอิหร่านและกลุ่มชาติมหาอำนาจบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์ โดยล่าสุดจำนวนหลุมขุดเจาะน้ำมันดิบในสหรัฐฯ ลดลงมาที่ 638 แหล่ง

 


          + แหล่งผลิตน้ำมันดิบ Buzzard ซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำมันดิบ Forties ที่ใหญ่ที่สุดในเขตทะเลเหนือ กำลังการผลิตราว 170,000-180,000 บาร์เรลต่อวัน ต้องหยุดดำเนินการผลิตไปเมื่อคืนวันพุธ เนื่องจากระบบไฟฟ้าขัดข้อง ช่วยหนุนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ อย่างไรก็ตามกำลังการผลิตบางส่วนเริ่มทยอยกลับมาผลิตอีกครั้งในวันศุกร์ที่ผ่านมา

 

 

          - อิหร่านขนส่งน้ำมันดิบที่เก็บไว้บนเรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาดสองล้านบาร์เรลไปยังสิงคโปร์เป็นลำแรกในวันพฤหัสฯ ที่ผ่านมา หลังอิหร่านและกลุ่มชาติมหาอำนาจทั้งหก (P5+1) บรรลุข้อตกลงด้านนิวเคลียร์ในวันอังคารที่ 14 ก.ค. 58 โดยอิหร่านมีปริมาณน้ำมันดิบที่ถูกเก็บไว้บนเรือบรรทุกน้ำมันทั้งสิ้นประมาณ 40-50 ล้านบาร์เรล ซึ่งเท่ากับปริมารการส่งออกของอิหร่านประมาณหนึ่งเดือนกว่า นอกจากนี้อิหร่านตั้งเป้าเพิ่มปริมาณการผลิตน้ำมันดิบ 0.5 บาร์เรลต่อวัน ภายในสองเดือน และจะเพิ่มถึง 1 ล้านบาร์เรลต่อวันภายในหกถึงเจ็ดเดือน หลังมาตรการคว่ำบาตรได้รับการผ่อนปรน อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์มองว่าการเพิ่มกำลังการผลิตของอิหร่านจะใช้ระยะเวลานานพอสมควร เนื่องจากการลงทุนด้านอุตสาหกรรมน้ำมันที่ลดลงในช่วงที่ถูกคว่ำบาตร การเข้าตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ทบวงพลังงานสากล (IAEA) ว่าอิหร่านได้ปฎิบัติตามข้อตกลง รวมทั้งขั้นตอนต่างๆในการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร

 


          - ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับแข็งค่าขึ้นร้อยละ 1.7 จากสัปดาห์ก่อน ซึ่งถือเป็นระดับที่แข็งค่าที่สูงสุดในระยะเกือบเจ็ดสัปดาห์ หลังยอดผู้ขอรับสิทธิประโยชน์จากการว่างงานของสหรัฐฯ รายสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 12 ก.ค. 58 ปรับลดลง 16,000 ตำแหน่ง มาที่ 281,000 ตำแหน่ง  ทำให้ตลาดคาดว่าสหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นในปีนี้ โดยการแข็งค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งผลกดดันต่อราคาน้ำมันดิบ

 


          ราคาน้ำมันเบนซิน และราคาน้ำมันดีเซล ตลาดสิงคโปร์ ปิด เนื่องในวันฮารีรายอ
          ทิศทางราคาน้ำมันดิบ
          ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 50-55 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 55-60 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

 


          ปัจจัยที่น่าจับตามอง
          อิหร่านและกลุ่มชาติมหาอำนาจทั้งหก (P5+1) สามารถบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์หลังจากยืดเยื้อมานานกว่า 13 ปี ได้สำเร็จ ส่งผลให้ตลาดมีความกังวลต่อการส่งออกน้ำมันดิบของอิหร่านที่มีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้นและอาจสร้างแรงกดดันเพิ่มเติมต่อสภาวะอุปทานน้ำมันดิบล้นตลาด ทั้งนี้นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าอิหร่านจะเพิ่มอัตราการผลิตมากขึ้นราว 3 - 7 แสนบาร์เรลต่อวัน ภายในปี 2559 นอกเหนือจากน้ำมันดิบที่ถูกเก็บไว้ในเรือบรรทุกน้ำมัน (Floating storage) ของอิหร่านอีกราว 40 ล้านบาร์เรล

 


          จับตาการแก้ไขปัญหาวิกฤติหนี้ของกรีซ โดยล่าสุดรัฐสภากรีซได้มีมติอนุมัติร่างกฎหมายปฏิรูปเศรษฐกิจฉบับใหม่ ทั้งนี้ ร่างกฎหมายปฏิรูปเศรษฐกิจฉบับใหม่นี้จะทำให้กรีซได้รับความช่วยเหลือทางการเงินรอบที่ 3 ประมาณ 8.6 หมื่นล้านยูโรจากกลุ่มประเทศยูโรโซน ซึ่งจะช่วยให้กรีซรอดพ้นจากการผิดนัดชำระหนี้และไม่ต้องออกจากการเป็นสมาชิกยูโรโซน

 


          จับตาธนาคารกลางของสหรัฐฯ (FED) ว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในสิ้นปีนี้หรือไม่ หลังล่าสุด ประธาน FED กล่าวชัดว่า FED มีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหลังเศรษฐกิจมีแนวโน้มขยายตัวในอัตราร้อยละ 1.8 – 2.0 ต่อปี ทั้งนี้ หาก FED ตัดสินใจปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้น ซึ่งจะกดดันราคาน้ำมันดิบให้ปรับตัวลดลงได้

 


          ติดตามทิศทางเศรษฐกิจของจีน หลังมูลค่าในตลาดหุ้นจีนหดตัวลงมากกว่าร้อยละ 30 นับตั้งแต่ช่วงต้นเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ประกอบกับเศรษฐกิจที่ขยายตัวในอัตราที่ช้าลง โดย GDP ในไตรมาสสองของปีนี้ขยายตัวเท่ากับอัตราร้อยละ 7 เท่านั้น ซึ่งถือเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 6 ปีและถือเป็นอัตราการขยายตัวที่อ่อนแอที่สุดของจีนนับตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี 2552

 


          ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตาม

          วันศุกร์ ดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐฯ (YoY) - มิ.ย.
          วันพุธ ดัชนีภาคการผลิตสหรัฐฯ - ก.ค.
          ดัชนีภาคบริการสหรัฐฯ - ก.ค.
          ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคยูโรโซน
          วันพฤหัสบดี จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐฯ
          วันศุกร์ ดัชนีภาคการผลิตจีน HSBC - ก.ค.
          ดัชนีภาคการผลิตยูโรโซน - ก.ค.
          ดัชนีภาคบริการยูโรโซน - ก.ค.
          ยอดขายบ้านใหม่สหรัฐฯ - มิ.ย.




TAGS ข่าว :



1






ติดต่อลงโฆษณา เว็บไซต์ , โทรทัศน์
0816490178 วรลักษณ์ อิงคมณี ([email protected])
02-271-6500 ต่อ 105 - 107