บล.กสิกรไทย : มองการลงทุนคงผันผวนในช่วงครึ่งแรก มิ.ย. เป็นโอกาสในการซื้อ

2015-07-21 16:56:41


สรุปภาพตลาดหุ้นสัปดาห์ที่ผ่านมา : ตลาดหุ้นไทยอยู่ในทิศทางปรับขึ้นเกือบทั้งสัปดาห์ ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่ดีกว่าภูมิภาคและหุ้นโลกโดยรวม แม้จะได้รับจิตวิทยาเชิงลบจากปัญหาหนี้กรีซที่ได้ข้อสรุปความช่วยเหลือล่าช้า อย่างไรก็ตามหุ้นหลายกลุ่มโดยเฉพาะที่เกี่ยวกับการบริโภคในประเทศ เริ่มมีความเสี่ยงทางลงที่จำกัด และซื้อขายในระดับมูลค่า (valuation) ที่น่าสนใจ นอกจากนี้ตลาดยังได้ปัจจัยบวกจากการเร่งใช้จ่ายงบลงทุนภาครัฐ และโครงการลงทุนในประเทศ ที่จะทยอยเห็นความคืบหน้าที่ชัดขึ้นจากนี้ ช่วยหนุนจิตวิทยาการเก็งกำไรในหุ้นรับเหมาก่อสร้าง และวัสดุก่อสร้าง ทำให้บรรยากาศการลงทุนโดยรวมเป็นบวก


          ความเสี่ยงทางลงน่าจะเริ่มจำกัด : อัตราส่วนดัชนี MSCI World และ MSCI EM ที่ระดับ 1.70-1.80 เท่า เป็นจุดที่เราประเมินว่าหุ้นในตลาดเกิดใหม่ (Emerging market) จะเริ่มอยู่ในจุดที่มีโอกาสฟื้นตัวขึ้นได้ดี และความน่าสนใจการลงทุนในระยะสั้นมากกว่าตลาดพัฒนาแล้ว (Developed market)


          ทั้งนี้ เราคาดความเสี่ยงทางลงของตลาดหุ้นไทยน่าจะเริ่มจำกัด และตลาดน่าจะเริ่มเข้าใกล้การเปลี่ยนแปลงแนวโน้มจาก 1) ปริมาณการขายชอร์ตดัชนีล่วงหน้า ที่สูงถึง 23,368 สัญญา เมื่อวันที่ 28 พ.ค. แม้จะดูเป็นลบ แต่โดยสถิติส่วนใหญ่เรามักพบการเปิดสัญญาชอร์ตมากๆ ในช่วงใกล้เปลี่ยนแนวโน้ม (โดยส่วนใหญ่ตลาดหุ้นมันจะทรงถึงลงราว 3-10 วันก่อนที่จะเริ่มปรับขึ้น) 2) หุ้นหลายกลุ่มปรับลดลงจนมีมูลค่าที่น่าสนใจ อาทิ กลุ่มธนาคารพาณิชย์ ที่ลดลงจนซื้อขายที่เพียง 1.3x PBV ซึ่งเป็นกรอบล่างของราคาต่อมูลค่าทางบัญชีในรอบ 6 ปี และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ที่ปรับลดลงจนหุ้นหลายตัวซื้อขายที่ราว 8x PER ซึ่งน่าจะได้สะท้อนความเสี่ยงที่สำคัญๆ ส่วนใหญ่ไว้แล้ว ทำให้ความเสี่ยงน่าจะอยู่กับปัจจัยภายนอกอื่นๆ อาทิ การคงอัตรากำลังการผลิตของกลุ่มโอเปกในวันที่ 5 มิ.ย.ที่อาจกดดันให้ น้ำมันดิบปรับลดลง ความล่าช้าของการเจรจาหนี้กรีซ ที่อาจเพิ่มความกังวลให้กับหุ้นโลก และการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่กดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยง จากอัตราชดเชยความเสี่ยง (risk premium) ที่เพิ่มขึ้นในระยะสั้น


          หนี้กรีซอาจยืดเยื้อกว่าที่คาด แต่ผลกระทบน่าจะเพียงระยะสั้น : กรีซมีกำหนดต้องชำระคืนหนี้แก่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ระหว่างวันที่ 5-19 มิ.ย.รวม 1,600 ล้านยูโร ซึ่งล่าสุดกรีซได้ขอรวมหนี้ทั้งหมด เพื่อชำระพร้อมกันในครั้งเดียวช่วงสิ้นเดือน มิ.ย. ซึ่งทำให้ทั้งกรีซและเจ้าหนี้มีเวลาในการหารือกันมากขึ้น แต่ก็หมายถึงความไม่ชัดเจนที่จะทอดเวลานานขึ้น ทั้งนี้เราประเมินการบรรลุข้อตกลงรอบนี้อาจยืดเยื้อจนถึงนาทีสุดท้าย ซึ่งอาจจะสร้างความกดดันต่อหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยงไปจนถึงกลางเดือน


          ตัวเลขเศรษฐกิจโลกที่ดีขึ้น น่าจะหนุนตลาดหุ้นในช่วงครึ่งหลัง มิ.ย.เป็นต้นไป : แม้อาจมีการปรับลดคาดการณ์อัตราเติบโตเศรษฐกิจโลกชะลอลงจากช่วงก่อนหน้า อย่างไรก็ตามทิศทางโดยรวมยังถือเป็นการฟื้นตัวขึ้น รวมทั้งเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังเดือน มิ.ย.น่าจะเริ่มแสดงสัญญาณฟื้นตัวขึ้น เราประเมินกำไรบริษัทจดทะเบียนกลุ่ม TIP น่าจะใกล้ถึงจุดต่ำสุด ซึ่งน่าจะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ตลาดในกลุ่มนี้ฟื้นตัวได้ในระยะถัดไป


          ปัจจัยที่ต้องติดตาม : 1) ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐ 5 มิ.ย. 2) การประชุมเรื่องโควตาการผลิตน้ำมันของโอเปก 5 มิ.ย. 3) ข้อตกลงช่วยเหลือกรีซ ก่อนสิ้นเดือน มิ.ย. และ 4) การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) 10 มิ.ย.


          แนวโน้มและกลยุทธ์การลงทุน : คาดตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวในกรอบ 1,490-1,520 จุด ปัญหาหนี้กรีซที่ยืดเยื้ออาจกดดันตลาดลงทดสอบ 1,450 จุด ภายในครึ่งแรกเดือน มิ.ย. ซึ่งจะเป็นจุดซื้อที่สำคัญในรอบนี้ก่อนตัวเลขเศรษฐกิจไทยฟื้นตัว เรามองนักลงทุนอาจเริ่มทยอยสะสมหุ้นราว 25% ในช่วงครึ่งเดือนแรก โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ที่เริ่มมีความเสี่ยงทางลงจำกัด และเพิ่มน้ำหนักขึ้นเมื่อเข้าใกล้ช่วงปลายเดือน โดยเฉพาะหากดัชนีปรับลดต่ำกว่า 1,450 จุดลงมา กลุ่มธนาคารอาจปรับลดลงหาก กนง.ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายอีกรอบ แต่จะเป็นจุดซื้อที่ดีที่สุดในรอบปีนี้ของหุ้นกลุ่มธนาคาร แต่หาก กนง.ตัดสินใจคงดอกเบี้ย เราคาดหุ้นกลุ่มธนาคารมีโอกาสนำตลาดฟื้นตัวในรอบถัดไป
          หุ้นเด่น : SIRI SC SPALI SCC TISCO KTB PTT JAS JASIF
          หุ้นเก็งกำไรทางเทคนิค :TIPCO DCON SUPER TPIPL TTA (นักลงทุนควรตั้ง stop loss หากหุ้นลง 3-5%)







เรียบเรียง และ เขียนข่าวโดย

: ทีมงาน News-Lifestyle

















ข่าวที่เกี่ยวข้อง