บล.ฟินันเซีย ไซรัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 15/07/58

ต้องระวัง SET บวกแคบลง และกลับไปแกว่งลบ จึงน่ารอซื้อต่ำ!

กลุ่มข่าว / ECONOMICS / Stock digest

บล.ฟินันเซีย ไซรัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 15/07/58
Published on: 21 ก.ค. 2558

ต้องระวัง SET บวกแคบลง และกลับไปแกว่งลบ จึงน่ารอซื้อต่ำ!

กลยุทธ์ : SET เริ่มมีจังหวะแกว่งตัวผันผวนมากขึ้น หลังจากช่วงที่ผ่านมาดัชนีหุ้นไทยรีบาวด์กลับขึ้นมาพอควรแล้ว จากปัญหาหนี้ของกรีซที่ผ่อนคลายลงไป แต่คาดว่าความกังวลเกี่ยวกับโอกาสในการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐภายในปีนี้ และความวิตกเกี่ยวกับการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจไทย ที่อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของ บจ.ต่างๆ ได้ จะยังเป็นแรงกดดันให้ SET มีจังหวะแกว่งตัวผันผวน และปรับย้อนลบอีกครั้ง ดังนั้นรอซื้อต่ำดีกว่า
  หุ้นเด่นทางเทคนิค : UPA, KCM, TPIPL(short)
  แนวโน้ม : SET เริ่มกลับมาแกว่งย้อนลบให้เห็นบ้าง หลังตลาดขยับขึ้นมารับข่าวบวกจากความคืบหน้าเกี่ยวกับปัญหาหนี้ของกรีซไปพอควรแล้วในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่ข่าวการบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์ระหว่างอิหร่านกับชาติมหาอำนาจเมื่อวานนี้ ซึ่งคาดว่าจะปูทางไปสู่การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านในช่วงถัดไป ส่งผลให้หุ้นกลุ่มพลังงานได้รับแรงกดดันจากคาดการณ์ที่ว่าราคาน้ำมันในตลาดโลกอาจได้รับผลกระทบ จึงทำให้ SET เริ่มแกว่งผันผวนและมีจังหวะพักตัวย้อนลงมา นอกจากนี้นักลงทุนบางส่วนยังรอติดตามถ้อยแถลงของประธานเฟดต่อสภาคองเกรสในช่วง 15-16 ก.ค.นี้อีกครั้ง ว่าจะมีการแสดงท่าทีเกี่ยวกับแนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐในปีนี้อย่างไรบ้าง ประกอบกับภาพรวมเศรษฐกิจไทยที่ยังไม่เห็นสัญญาณการฟื้นตัว ขณะที่ค่าเงินบาทก็ยังอ่อนแอลงต่อเนื่อง ทำให้ FSS คาดว่ากรอบการรีบาวด์ขึ้นของตลาดต่อจากนี้น่าจะแคบลงเรื่อยๆ และต้องระวังแรงขายทำกำไรออกมากดดันให้ SET กลับไปแกว่งตัวลงอีกครั้งไว้ด้วย 
  แนวรับ  1485-1482 , 1478-1476 จุด  
  แนวต้าน  1490-1493 , 1495-1498 จุด
  Fund Flow วานนี้กระแสเงินทุนไหลออกจากภูมิภาคแต่เบาบางลงที่ US$34 ล& 63243;าน โดยไหลออกจากเกาหลีและไต้หวันที่ US$44.5 ล& 63243;าน และ US$4.4 ล& 63243;าน ตามลำดับ  แต่ไหลเข้ากลุ่ม TIP ทุกประเทศรวมถึงเวียดนาม เนื่องจากตลาดคลายวิตกเรื่องกรีซ แนวโน้มกระแสเงินทุนน่าจะยังไหลออกเพราะตลาดยังเลี่ยงสินทรัพย์เสี่ยงเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย เห็นได้จาก 10Y US Yield Curve ปรับตัวลง เพื่อรอถ้อยแถลงและสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจากประธาน Fed ในช่วง 2 วันนี้

ข่าว/หุ้นเด่นมีประเด็น
  (0) วันนี้จับตา GDP จีนและคำแถลงของ Yellen โพลรอยเตอร์สคาด GDP 2Q15 ของจีนโต 6.9% Y-Y ชะลอจาก 1Q15 ที่ 7% Y-Y ซึ่งเป็นลบต่อราคาสินค้า Commodity โดยเฉพาะเหล็ก ถ่านหิน เรือ ยางพารา และน้ำมัน ขณะที่ IMF คาดว่าจีนจะเติบโต 6.8% ในปีนี้และ 6.3% ปีหน้า ซึ่งชะลอต่อเนื่องจากปี 2014 ที่ขยายตัว 7.4% นอกจากนี้ ตลาดยังรอดู Yellen แถลงนโยบายการเงินรอบครึ่งปีต่อสภา Congress 15-16 ก.ค. เพื่อหาสัญญาณการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ซึ่งอาจทำให้ดอลลาร์แข็งค่า เป็นลบต่อโภคภัณฑ์   
  ( ) BR เป็นผู้ผลิตเป็ดเนื้อครบวงจรรายใหญ่สุดในไทยที่มีฐานการผลิตทั้งในไทยและเนเธอร์แลนด์ ความต้องการบริโภคเป็ดในแต่ละปีเพิ่มขึ้นไม่สูงนัก ทำให้อุตสาหกรรมมีผู้แข่งขันน้อยราย  ราคาเนื้อเป็ดจึงผันผวนต่ำมากเมื่อเทียบกับเนื้อสัตว์ประเภทอื่น รวมถึงการบริหารจัดการวัตถุดิบที่ดี ทำให้ BR ทำกำไรสม่ำเสมอต่อเนื่อง เราคาดกำไรปกติปี 2015-17 โตเฉลี่ย 10% ต่อปี โดยการเติบโตในปี 2015-16 จะมาจากดอกเบี้ยจ่ายลดลง ส่วนการขยายกำลังการผลิตจะหนุนการโตในปี 2017 เราประเมินราคาเป้าหมาย 12 บาท (PE 14 เท่า) (FSS เป็นผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้น IPO ของ BR) 
  ( ) IRCP ราคาปรับลงสอดคล้องกับกำไรที่น่าผิดหวังจนมี downside จำกัด เราจึงกลับมาแนะนำซื้ออีกครั้ง โดยปรับกำไรสุทธิปีนี้ลง 16% เป็นหดตัว 30% Y-Y และปรับปี 2016 ลง 28% เหลือโต 18% Y-Y อิงฉพาะงานในมือที่มีเพราะงานภาครัฐซึ่งเป็นลูกค้าหลักคาดหวังยากขึ้น ราคาเป้าหมายปรับลงเหลือ 9.50 บาทจาก 11.40 บาท ในช่วง 3Q15 ยังมีงานวางระบบ TV Digital ของกรมประชาสัมพันธ์เฟส 2 และวางระบบ IT ให้ CAT และ TOT รอประมูลรวม 700-800 ล้านบาท หาก IRCP ประมูลได้ จะเป็น upside ต่อประมาณการ
  ( ) BANPU ราคาหุ้นที่ปรับลงมาสะท้อนอุตสาหกรรมถ่านหินที่อยู่ในภาวะ Oversupply เป็นปีที่ 4 แต่ไม่ได้สะท้อนศักยภาพธุรกิจโรงไฟฟ้าที่จะผลักดันการเติบโตตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไปหลังโรงไฟฟ้าหงสาที่สปป.ลาว (BANPU ถือ 40%) เปิดดำเนินการเฟส 1 (กำลังผลิต 626MW) 2 มิ.ย. ที่ผ่านมา ส่วนเฟส 2 และ 3 (กำลังผลิตหน่วยละ 626MW) จะเริ่มดำเนินการ พ.ย. นี้และ ก.พ. 2016 ตามลำดับ เมื่อเดินเครื่องครบทั้ง 3 เฟสจะสร้างกำไรปีละประมาณ 2.3 พันล้านบาท (คิดตามสัดส่วน 40%) เมื่อรวมกับโรงไฟฟ้า BLCP (BANPU ถือ 50%) ที่ดำเนินการอยู่แล้ว กำไรจากธุรกิจโรงไฟฟ้าจะเพิ่มเป็น 35% ในปี 2016 และยังจะลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนอื่นๆ รวมถึงมี story ในการ IPO ธุรกิจโรงไฟฟ้าปีหน้า เพิ่มคำแนะนำเป็นซื้อ จากถือ เป้าหมาย 30 บาท 
  ( ) กลุ่มสื่อสาร เรายังชอบทั้งในแง่การจ่ายปันผลดี ธุรกิจอ่อนไหวต่อเศรษฐกิจน้อย และการประมูล 4G ที่น่าจะเกิดขึ้น 11 พ.ย. นี้ หุ้นเด่นยังเป็น ADVANC
  ( ) วันนี้ FSS แนะนำหุ้นที่ราคาปรับลงมาต่ำแต่พื้นฐานยังแกร่ง ได้แก่ BANPU, CSS, EA, ERW, IRCP, QH, THANI, KAMART, SAMART และ SAPPE (ติดตามรายงานวันนี้)

  ( ) ตลาดหุ้นสหรัฐฯเมื่อคืนที่ผ่านมายังปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นวันที่ 4 ติดต่อกันโดยการแก้ไขปัญหาหนี้ของกรีซมีพัฒนาการที่ดีขึ้นรวมถึงราคาน้ำมันที่เริ่มฟื้นตัว
  ( ) สำหรับตลาดหุ้นยุโรปเมื่อคืนที่ผ่านมายังปิดในแดนบวกได้เล็กน้อยเช่นกันจากความคาดหวังที่รัฐสภากรีซผ่านความเห็นชอบเพื่อแลกกับความช่วยเหลือทางการเงิน 
  ( ) ส่งผลให้ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ส่วนใหญ่ยังแกว่งตัวค่อนมาในแดนบวก แต่ประเด็นที่ต้องจับตาคือตัวเลข GDP ไตรมาส 2 ของจีนเช้านี้
  (0) ค่าเงินบาทแกว่งตัวออกข้างค่อนไปทางอ่อนค่า ล่าสุดเคลื่อนไหวในกรอบ 33.97-34.06 บาท/ดอลลาร์
  ราคาน้ำมันดิบตลาด NYMEX ส่งมอบเดือน ส.ค. ปิดที่ 53.04 เหรียญ/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 0.84 ดอลลาร์/บาร์เรล โดยแม้อิหร่านจะบรรลุข้อตกลงกับ 6 ชาติมหาอำนาจเรื่องโครงการนิวเคลียร์ซึ่งจะทำให้อิหร่านส่งออกน้ำมันได้มากขึ้น แต่คาดว่ายังคงใช้เวลาอีกหลายเดือนกว่าจะกระทบกับตลาดโลก 
  ราคาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ส.ค. ปิดที่ 1,153.50 ดอลลาร์/ออนซ์ ลดลง 1.90 เหรียญ/ออนซ์  โดยนักลงทุนจับตาดูการแถลงของประธาน FED ในวันพุธ-พฤหัสนี้ว่าจะส่งสัญญาณเพิ่มเติมเกี่ยวกับการขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างไร




TAGS ข่าว :



1






ติดต่อลงโฆษณา เว็บไซต์ , โทรทัศน์
0816490178 วรลักษณ์ อิงคมณี ([email protected])
02-271-6500 ต่อ 105 - 107