จับตามะกันจัดบัญชีค้ามนุษย์รอบล่าสุด "ไทย"...จะอยู่ตรงไหน !!!

ต้องจับตากันแบบใกล้ชิดกับกำหนดการสำคัญที่สหรัฐอเมริกาจะเปิดรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ฉบับล่าสุด ซึ่งจัดทำโดยกระทรวงการต่างประเทศ ในวันพรุ่งนี้ ( 27 ก.ค.) เพราะหนึ่งในประเทศที่ถูกปรับลดอันดับไปสู่บ

กลุ่มข่าว / ECONOMICS / Econ Focus

จับตามะกันจัดบัญชีค้ามนุษย์รอบล่าสุด
Published on: 26 ก.ค. 2558

ต้องจับตากันแบบใกล้ชิดกับกำหนดการสำคัญที่สหรัฐอเมริกาจะเปิดรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ฉบับล่าสุด  ซึ่งจัดทำโดยกระทรวงการต่างประเทศ  ในวันพรุ่งนี้ ( 27 ก.ค.)  เพราะหนึ่งในประเทศที่ถูกปรับลดอันดับไปสู่บัญชีเทียร์  3 ก็คือประเทศไทย  เพราะเห็นว่าที่ผ่านมารัฐบาลไทยไม่มีความจริงใจที่จะร่วมแก้ปัญหาที่ถือเป็นภัยต่อมวลมนุษยชาติ

 

 โดยตามกำหนดเวลาประมาณ 10.00 น.ตามเวลาท้องถิ่นของกรุงวอชิงตัน หรือเวลา 21.00 น.ตามเวลาในประเทศไทย  ของวันที่  27 ก.ค. นี้     นายจอห์น เคอร์บี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ  สหรัฐอเมริกา   จะเป็นผู้แถลงข่าวที่กรุงวอชิงตัน ดีซี  ประเทศสหรัฐอเมริกา ถึงความคืบหน้ารายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ ประจำปี 2558  


        
              หลังจากก่อนหน้านั้นเมื่อวันที่ 20 มิ.ย. 2557   กระทรวงการต่างประเทศ สหรัฐอเมริกา โดยนายจอห์น แครี่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สหรัฐอเมริกา ได้เผยแพร่รายงานประจำปี เรื่อง สถานการณ์การค้ามนุษย์ ประจำปี 2557 (Trafficking in Persons Report 2014 หรือ TIP Report) และปรับลดอันดับประเทศไทยจากบัญชีกลุ่มที่ 2 ซึ่งต้องจับตามอง (Tier 2 Watch List) ลงไปอยู่ในบัญชีกลุ่มที่ 3 (Tier 3) ซึ่งถือเป็นกลุ่มประเทศที่มีสถานการณ์ค้ามนุษย์ระดับเลวร้าย


      
 โดยในรายงานประจำปี 2557 ดังกล่าว มี 23 ประเทศที่ถูกจัดอันดับให้อยู่ในบัญชีกลุ่มที่ 3 (Tier 3) ได้แก่ แอลจีเรีย, แอฟริกากลาง, คองโก, คิวบา, อิเควทอเรียล กินี, เอริเทรีย, แกมเบีย, กินี-บิซเซา, อิหร่าน, เกาหลีเหนือ, คูเวต, ลิเบีย, มาเลเซีย, มอริเตเนีย, ปาปัว นิวกินี, รัสเซีย, ซาอุดิอาระเบีย, ซีเรีย, ไทย, อุซเบกิซสถาน, เยเมน, เวเนซุเอลา, ซิมบับเวและในจำนวนนี้มีประเทศเคยอยู่ใน บัญชีกลุ่มที่ 2 ซึ่งต้องจับตามอง (Tier 2 Watch List) และถูกลดอันดับลงอัตโนมัติไปอยู่ในบัญชีกลุ่มที่ 3 (Tier 3) ได้แก่ ไทย มาเลเซีย เวเนซุเอลา

 

         ทั้งนี้การจัดอันดับสถานการณ์การค้ามนุษย์ (TIP Report) ถือเป็นรายงานที่กระทรวงการต่างประเทศ สหรัฐอเมริกา จัดทำขึ้นเป็นประจำทุกปี ตามกฎหมายว่าด้วยการปกป้องเหยื่อการค้ามนุษย์ (Trafficking Victims Protection Act of 2000 หรือ TVPA) เพื่อรายงานต่อรัฐสภาสหรัฐอเมริกา โดยเปรียบเทียบสถานการณ์การค้ามนุษย์ของทั่วโลก กับมาตรฐานของสหรัฐฯ และจัดลำดับประเทศต่างๆ ออกเป็น 4 ระดับ


          ระดับที่ดีที่สุด คือ Tier 1 หมายถึง ประเทศที่ดำเนินการสอดคล้องกับมาตรฐานขั้นต่ำตามกฎหมายของสหรัฐอเมริกา ในการป้องกันละบังคับใช้กฎหมายการต่อต้านการค้ามนุษย์
          ระดับถัดมาคือ Tier 2 หมายถึง ประเทศที่มีการดำเนินการยังไม่สอดคล้องกับกฎหมายของสหรัฐอเมริกา แต่ได้แสดงให้เห็นถึงความพยายามที่จะแก้ไขปัญหา
           ระดับ Tier 2 Watch List หมายถึง ประเทศที่มีรายงานเหยื่อการค้ามนุษย์เพิ่มขึ้น หรือไม่มีหลักฐานชัดเจนว่ารัฐบาลได้พยายามต่อต้านการค้ามนุษย์
           และระดับต่ำสุด คือ ระดับ Tier 3 หมายถึงประเทศที่ดำเนินการไม่สอดคล้องกับมาตรฐานขั้นต่ำของกฎหมายสหรัฐอเมริกา และไม่มีความพยายามแก้ไขปัญหา

 

        ประเด็นที่ต้องพิจารณาและร่วมทำความเข้าใจอีกครั้งก็คือลำดับความเป็นมาของปัญหาการค้ามนุษย์ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศไทยอย่างร้ายแรงนี้  มีลำดับความเป็นมาอย่างไร  

 

           โดยเฉพาะข้อมูลที่มีการตรวจสอบว่า   นับตั้งแต่ พ.ร.บ.การป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์   พ.ศ.2551     เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายน   2551 เป็นต้นมา    สถานการณ์การค้ามนุษย์      โดยเฉพาะในด้านแรงงาน ค้าเด็ก ค้าผู้หญิง ฯ ของประเทศไทยมีอันดับที่ตกต่ำลงเป็นลำดับ  จากการจัดระดับสถานการณ์ค้ามนุษย์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา   

 

         ขณะที่รายงานรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ประจำปี พ.ศ. 2557  ของสหรัฐฯ ระบุว่าแม้ในช่วงปี    2555   และ 2556    ประเทศไทยจะได้รับการยกเว้นจากการถูกลดระดับเป็นกลุ่มที่ 3    เป็นปีสุดท้าย    เนื่องจากรัฐบาลขณะนั้นได้เสนอแผนเป็นลายลักษณ์อักษร  ว่าจะปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำในการขจัดปัญหาการค้ามนุษย์     ซึ่งเป็นสิทธิการยกเว้นจากการถูกลดระดับได้ไม่เกิน  2 ปีติดต่อกัน    แต่ท้ายสุดสหรัฐฯเห็นว่าวิธีการปฏิบัติโดยรวม   ยังคงไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับขนาดของปัญหาในประเทศไทย  และการทุจริตในทุกระดับถือเป็นอุปสรรคต่อความพยายามดังกล่าว   ส่งผลทำให้รัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์  ถูกระบุว่าไม่ได้มีความพยายามอย่างมีนัยสำคัญที่จะปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำ และนำไปสู่การตัดสินใจให้ประเทศไทยถูกลดอันดับการจัดบัญชีไปอยู่กลุ่มที่ 3  ในปี  2557  

 

ตามข้อกล่าวหาของสหรัฐฯที่มีต่อประเทศไทยว่า     เป็นประเทศที่ดำเนินการไม่สอดคล้องกับมาตรฐานขั้นต่ำของกฎหมายสหรัฐอเมริกาและไม่มีความพยายามแก้ไขปัญหา    เนื่องจากแม้รัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์จะมีการยืนยันว่าจะดำเนินการขจัดปัญหาการค้ามนุษย์  แต่นอกจากนโยบายจะไม่บังเกิดผลเป็นรูปธรรมแล้ว  ประเทศไทยยังถูกสหรัฐระบุว่า

    

        1.เป็นประเทศต้นทาง ปลายทาง และทางผ่านสำหรับการค้าผู้ชาย ผู้หญิงและเด็กเพื่อการบังคับใช้แรงงานและการบังคับค้าประเวณี    โดยพบว่ามีแรงงานอพยพประมาณสองถึงสามล้านคนในประเทศไทย   โดยเหยื่อค้ามนุษย์ที่พบในไทยส่วนใหญ่เป็นผู้ย้ายถิ่นจากประเทศเพื่อนบ้านที่ถูกบังคับ ขู่เข็ญหรือล่อลวงมาเพื่อการแสวงประโยชน์บังคับใช้แรงงานหรือในธุรกิจทางเพศ    และ   เหยื่อการค้ามนุษย์เพื่อการบังคับใช้แรงงาน  ซึ่งแรงงานในไทยจำนวนมากมักถูกนำไปใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมประมง  อุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับการประมง อุตสาหกรรมการผลิตเสื้อผ้าราคาถูก โรงงานต่างๆ และงานรับใช้ตามบ้าน  และบางคนถูกบังคับให้ขอทานตามถนน      

 

2.เป็นประเทศที่มีเจ้าหน้าที่ทุจริตทั้งสองฝั่งชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านอำนวยความสะดวกให้แก่การลักลอบนำแรงงานที่ไม่มีเอกสารเข้าประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านได้แก่ ลาว พม่าและกัมพูชา โดยแรงงานเหล่านี้ต่อมากลายเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์   ในจำนวนแรงงานที่ไม่มีเอกสารจำนวนมากที่ถูกส่งกลับประเทศลาว พม่าและกัมพูชา    อีกทั้งในแต่ละปีถูกตรวจพบว่ามีเหยื่อการค้ามนุษย์ที่ไม่สามารถระบุอัตลักษณ์รวมอยู่ด้วย  

 

3.เจ้าหน้าที่รัฐของไทยทั้งพลเรือนและทหาร   ได้รับผลประโยชน์จากการลักลอบนำเข้าผู้แสวงที่พักพิงชาวโรฮิงญาจากพม่าและบังคลาเทศ  รวมทั้งสมรู้ร่วมคิดกันในการขายผู้แสวงที่พักพิงชาวโรฮิงญาเหล่านี้เพื่อการบังคับใช้แรงงานบนเรือประมง  รวมถึงยังมีการสกัดกั้นและผลักดันชาวโรฮิงญาซึ่งมุ่งหน้าไปมาเลเซีย  โดยเจ้าหน้าที่รัฐให้คนเหล่านั้นเข้ามาเขตไทยแทนและให้ความสะดวกในการส่งตัวผู้แสวงที่พักพิงบางคนไปให้นักค้ามนุษย์หรือนายหน้าเพื่อขายไปเป็นแรงงานบังคับใช้บนเรือประมง

 

        เหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่างในข้อกล่าวหาทั้งหมดของสหรัฐฯที่มีต่อประเทศไทย   และนำไปสู่การตัดสินใจลดอันดับบัญชีสถานการณ์ค้ามนุษย์ของไทยจาก  กลุ่มที่ 2   ซึ่งต้องจับตามอง (Tier 2 Watch List)    ลงไปอยู่ในบัญชีกลุ่มที่ 3 (Tier 3)   หรือกลุ่มประเทศที่มีสถานการณ์ค้ามนุษย์ระดับเลวร้าย   

 

ทั้งนี้ตามกรอบกฎหมายของสหรัฐ   ระบุว่าประเทศที่ถูกจัดอยู่ในบัญชีรายชื่อกลุ่มที่ 3    อาจตกอยู่ภายใต้ข้อจำกัดตามที่กฎหมายกำหนดสำหรับปีงบประมาณถัดไปว่าด้วยความช่วยเหลือต่างประเทศที่ไม่ใช่ด้านมนุษยธรรมและไม่เกี่ยวข้องกับการค้า    และในบางกรณีอาจถูกระงับการให้ทุนเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนทางการศึกษาและวัฒนธรรมสำหรับข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่รัฐ  


 
           นอกจากนี้ ประธานาธิบดีของสหรัฐยังสามารถออกคำสั่งให้กรรมการบริหารที่เป็นตัวแทนของสหรัฐฯ ประจำสถาบันการเงินระหว่างประเทศออกเสียงหรือใช้ความพยายามอย่างสุดความสามารถในการปฏิเสธการกู้ยืมหรือการใช้เงินทุนอื่นๆ (นอกเหนือจากเพื่อความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ความช่วยเหลือที่เกี่ยวข้องกับการค้า หรือความช่วยเหลือด้านการพัฒนาบางประเภท) แก่ประเทศในบัญชีรายชื่อกลุ่มที่ 3 

 

       อย่างไรก็ตามการตัดสินของประธานาธิบดีสหรัฐฯว่าด้วยการจำกัดความช่วยเหลือหรือการยกเว้นดังกล่าว    จะต้องมีการนำส่งไปยังสภาคองเกรสเพื่อพิจารณาภายในไม่เกิน  90  วัน   หลังการเผยแพร่รายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์    ซึ่งกรณีของไทยก็ถือเป็นประเด็นจะต้องจับตาว่าในวันพรุ่งนี้ (27 ก.ค.)  สถานะล่าสุดจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่อย่างไร  จากการทำทุกวิถีทางเพื่อแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ในรอบกว่า 1 ปีที่ผ่านมา

 

      เริ่มจาก  คำสั่งคสช.ที่ 59/2557   ลงวันที่ 10 มิ.ย. 2557  เรื่อง  แต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าว   และถูกยกระดับเป็นคำสั่งคสช.ที่   73/2557    เรื่อง   การแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์   ลงวันที่ 25 มิถุนายน    2557   ที่มีสาระสำคัญว่าด้วยภารกิจสำคัญ 

 

1. เสนอแนะนโยบาย มาตรการ และแนวทางการดำเนินการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าว การป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ การบังคับใช้แรงงาน และการใช้แรงงานเด็กต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
2. อำนวยการ กำกับดูแล ติดตามผลการดำเนินการตามนโยบายการแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าว การป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ การดำเนินการตามพันธกรณีระหว่างประเทศ และรายงานผลต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
3. พิจารณาให้ความเห็นชอบ ยุทธศาสตร์ แผนงาน โครงการ และมาตรการที่เกี่ยวข้อง ก่อนนำเสนอคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
4. พิจารณาสนับสนุนให้ทบทวนกฎหมาย ระเบียบปฏิบัติ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ให้สามารถส่งเสริมและสนับสนุนการปฏิบัติงานให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
5. แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ และคณะทำงาน เพื่อช่วยเหลือการปฏิบัติงานได้ตามความจำเป็น
6. ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติมอบหมาย

 

      ไม่เท่านั้นในยุครัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์  ยังได้นำเสนอร่างพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ฉบับใหม่  ซึ่งผ่านการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติเรียบร้อยไปแล้ว    ภายใต้หลักการสำคัญ ๆ   อาทิ   จัดตั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ เรียกโดยย่อว่า “คณะกรรมการ ปคม.” ประกอบด้วย   นายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ มีหน้าที่เสนอครม. กำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ในสถานประกอบกิจการ   โรงงาน และยานพาหนะ   รวมถึงแต่งตั้งคณะอนุกรรมาการหรือคณะทำงานเพื่อพิจารณาและเสนอความเห็นในเรื่องใดเรื่องหนึ่งหรือปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่ได้รับมอบหมาย

 

รวมถึงยังให้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่สั่งปิดสถานประกอบกิจการหรือโรงงานชั่วคราว พักใช้ใบอนุญาตประกอบการ ห้ามใช้ยานพาหนะ ดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อป้องกันมิให้มีการกระทำผิดเกิดขึ้นอีก ในกรณีที่พบว่ามีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าว และการสั่งดังกล่าวต้องไม่เกินครั้งละ 30 วัน นับแต่วันได้รับทราบคำสั่ง และผู้ใดแจ้งแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจว่ามีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ได้รับความคุ้มครองไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่งและทางอาญา

 

อีกทั้งยังมีการกำหนดโทษหากกระทำผิดตามกฎหมายกำหนดเจ้าของ ผู้ครอบครอง หรือผู้ดำเนินกิจการสถานประกอบการ โรงงานหรือยานพาหนะ ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 1 หมื่นบาท ถึง 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนถ้าเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำได้รับอันตรายสาหัส ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 8 - 20 ปี และปรับตั้งแต่ 160,000 - 400,000 บาท หรือจำคุกตลอดชีวิต หากถึงแก่ความตาย ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิต

 

           ที่สำคัญยังได้ดำเนินการจับกุมบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์    และนำไปสู่ขั้นตอนการยื่นฟ้องต่อศาลยุติธรรม   จากกรณีที่  พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการจังหวัดนาทวี จ.สงขลา   ได้ยื่นฟ้อง พล.ท.มนัส คงแป้น อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบกและพวก ซึ่งเป็นข้าราชการตำรวจและพลเรือนรวม 72 ราย เป็นจำเลยต่อศาลจังหวัดนาทวี ในความผิดพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ.2556 ร่วมกันหรือนำพาคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักร หรือช่วยเหลือบุคคลต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมืองพ.ศ.2522  เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือโดยทุจริตเพื่อให้เกิดความเสียหาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และข้อหาอื่นๆ รวม 16 ข้อหา   เป็นคดีหมายเลขดำ อ.2741/2558 

 

              จนทำให้ล่าสุด    นางสาวเมลิสซ่า สวีนีย์   โฆษกสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย  ออกมากล่าวยอมรับผลการดำเนินการว่าไทยเป็นประเทศตัวอย่างในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์     และเรียกร้องให้ทุกประเทศ    สืบสวนคดีที่มีความเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการกระทำโดยบุคคล หรือเป็นขบวนการก็ตาม   ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ จะนำความสำเร็จของประเทศไทยไปประกอบการประเมินรายงานการค้ามนุษย์ในปีหน้าต่อไป

 

จากข้อมูลทั้งหมดก็ชัดเจนว่าที่ผ่านมารัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ดำเนินการด้านต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาสถานการณ์ค้ามนุษย์อย่างเต็มที่ ดังนั้นผลการพิจารณาของกระทรวงต่างประเทศ  สหรัฐฯที่จะออกมาในวันพรุ่งนี้จึงมีนัยยะสำคัญในหลายมิติทั้งบวกและลบว่าจุดยืนของสหรัฐฯวันนี้มีการแยกแยะท่าทีต่อประเทศไทยภายใต้การกำกับของคสช.หรือไม่อย่างไร  





TAGS ข่าว :










ติดต่อลงโฆษณา เว็บไซต์ , โทรทัศน์
0816490178 วรลักษณ์ อิงคมณี ([email protected])
02-271-6500 ต่อ 105 - 107