เดินตามรอยพ่อกับ 2 ธุรกิจตัวอย่างสานต่อ “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” นำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์

2016-11-05 15:27:43


การนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาประยุกต์ใช้ในธุรกิจเอกชนนั้น ไม่เพียงแต่ไม่ขัดกับการทำธุรกิจเพื่อการแข่งขัน หรือแสวงหากำไรแล้ว แต่ยังช่วยส่งเสริมให้สามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว และให้เกิดการเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันความเสี่ยงที่จะรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ รวมทั้งเป็นการส่งเสริมให้ธุรกิจร่วมมือกัน เพื่อให้เศรษฐกิจทั้งระบบสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนและสมดุลมากยึ่งขึ้น


หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการบริหารงานของธุรกิจได้ ดังนี้
 

1. ความพอประมาณ – การบริหารงบประมาณ การลงทุน

การขยายกิจการ จะต้องไม่เร่งขยายตัวจนเกินกำลัง เพราะถ้าหากเปิดสาขามากเกินไป พัฒนาคนไม่ทัน ควบคุมคุณภาพสินค้าและบริการไม่ทั่วถึง ก็ยิ่งจะกลายเป็นการส่งมอบสินค้าและบริการที่แย่ ๆ ให้แก่ลูกค้า ให้แบรนด์เสื่อมเสียมากขึ้นเท่านั้น

2. ความมีเหตุผล – แผนธุรกิจ แผนการปฏิบัติการ


การจัดทำ Strategy Plan, Action Plan เพื่อการบริหารผลการดำเนินงานของหน่วยธุรกิจ จะช่วยให้มีแนวทางในการทำงานที่สมเหตุสมผล รู้ว่าทำไปเพื่อบรรลุเป้าหมายอะไร ใครมีหน้าที่รับผิดชอบบ้าง ตอบโจทย์ธุรกิจอย่างไรบ้าง

3. มีภูมิคุ้มกัน – แผนการบริหารความเสี่ยง การรักษาความต่อเนื่องในธุรกิจ

การวางแผนฉุกเฉินเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่แน่นอนในธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ผลกระทบจากปัจจัยสภาพแวดล้อมภายนอก กิจการจะมีแผนรับมืออย่างไรที่จะทำให้สามารถดำเนินการต่อไปได้โดยมีความเสียหายน้อยที่สุด

4. เงื่อนไขความรู้ – การวิจัยและพัฒนา การบริหารจัดการความรู้

การฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากร การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ การแสวงหา know-how ที่เกี่ยวข้องมาประกอบการตัดสินใจทางธุรกิจการต่อยอดไอเดียแนวคิด สินทรัพย์ทางปัญญามาเป็นสินค้าและบริการ รวมทั้งโมเดลธุรกิจใหม่

5. เงื่อนไขคุณธรรม – ธรรมาภิบาล ความรับผิดชอบต่อสังคม จริยธรรมทางธุรกิจ

มีการดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด green business ใช้หลักการออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมที่เรียกว่า eco designดำเนินกิจกรรมกระบวนการภายในภายใต้ไอเดีย green logistics หรือก่อตั้งกิจการเป็นแบบ social enterprise  ก็ได้

 

2 บริษัท ต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง

คุณธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่พูดถึงคำว่า พอเพียง ว่า “พอเพียง” ขึ้นต้นด้วย “พอ” คือให้ทุกคนพอ ไม่ใช่ให้ทุกคนไม่พอ ทุกระดับพอ พอตามกำลังของเรา แล้วสิ่งที่เราทำก็ต้องทำให้สังคมและธุรกิจของเรามีความเจริญก้าวหน้าด้วย ไม่ใช่หยุดอยู่กับที่ คำว่า “เพียง” คืออย่าทำอะไรเกินตัว ไม่ใช่ให้ทุกคนจนเท่ากัน แต่ให้ทุกคนพอ พอตั้งแต่เศรษฐกิจรวมถึงชีวิตส่วนตัวด้วย


นอกจากนี้ คุณธนินท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ซี.พี.ได้นำแนวความคิดเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะในด้านการลงทุน ซึ่งซี.พี.จะประเมินตัวเองก่อนเสมอว่ามีความสามารถลงทุนได้เท่าใด และจะลงทุนอย่างไรที่จะไม่ทำให้มีภาระมากจนเกินไป “เครือซี.พี.มีเงินลงทุนมากเท่าไร ทำตามความสามารถเท่านั้น เพื่อไม่ต้องมีภาระมากถ้าเศรษฐกิจมีปัญหา นี่คือยังมีบทเรียน ทำให้เงินที่ลงทุนเมื่อเกิดมีปัญหาเราก็จะไม่ทำให้ผู้ถือหุ้น และธนาคารผู้ให้เงินกู้เราต้องเดือดร้อน ธนาคารก็เป็นผู้แทนของผู้ฝากเงิน ถ้าธนาคารเดือดร้อนก็ทำให้ผู้ฝากเงินเดือดร้อนไปด้วย

สังคมก็เดือดร้อน นี่ล่ะครับไม่ได้คิดว่าเราลงทุนไม่เดือดร้อนก็พอ ก็ยังคิดถึงว่าธนาคาร สังคม ในส่วนนี้” และยังพูดต่อว่า “หลักเศรษฐกิจพอเพียงคือถ้าเราพอเพียงได้ ทำตามกำลังของเราให้ธุรกิจเจริญก้าวหน้าอยู่ตลอดเวลา ต้องเป็นกำลังสำคัญให้สังคมมีความเจริญก้าวหน้าด้วย ไม่ใช่หยุดนิ่งอยู่กับที่”

คุณพิพัฒ พะเนียงเวทย์ รองประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป “มาม่า” ได้เคยกล่าวไว้ในช่วงปี 2549 ว่า บริษัทจะยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทั้งในรูปแบบของการลงทุนธุรกิจเดิมที่มีอยู่หรือธุรกิจใหม่จะลงทุนอย่างพอดี โดยจะพิจารณาจากสภาพเศรษฐกิจและการตลาดเป็นหลัก ยกตัวอย่าง หากแนวโน้มตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปโต 10% บริษัทจะลงทุนสั่งซื้อเครื่องจักรชนิดเพิ่มความเร็วในการผลิตเป็น 4 แสนซองต่อ 8 ชั่วโมงในปี 2550


 จุดเด่นที่สอดคล้องกับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ของบริษัท ฯ มีดังนี้
– ยังให้ความสำคัญกับพนักงาน ไม่มีการให้พนักงานออกในช่วงวิกฤตปี 2540
– มีการวิจัยสร้างความรู้ใหม่และนวัตกรรมใหม่ ๆ ในผลิตภัณฑ์อยู่ตลอดเวลา
– มีมาตรฐานทางจริยธรรมสูง เช่น ไม่มีความพยายามในการเพิ่มราคามาม่าเลยเป็นเวลากว่า 11 ปีแล้ว ถึงแม้ว่าจะสามารถทำได้ แต่การไม่ทำกลับไปเพิ่มกำไรผ่านทางการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้น
– มองการณ์ไกล มีการวางแผนระยะยาว เช่นทราบว่ามีปริมาณคนไทยที่บริโภคมาม่ากำลังจะถึงจุดอิ่มตัว จึงมองการลงทุนในธุรกิจอื่น ๆ
– รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างจริงใจ เช่นริเริ่มในการผลิตถ้วยกระดาษบรรจุมาม่า หรือการไม่เพิ่มราคาสินค้าที่กล่าวมาข้างต้น
– มีนโยบายที่จะไม่โฆษณาตนเองสำหรับกิจกรรมที่ทำให้สังคมหรือบริจาคให้กับสังคมมาอย่าง ต่อเนื่อง เพราะถือว่าถ้าทำดีแล้วโฆษณาตนเองจะไม่ได้บุญ
– มีการคำนึงถึงการสร้างภูมิคุ้มกันอย่างชัดเจน เช่น ปัจจุบันมีการวางแผนการลงทุนในธุรกิจ ใหม่ ๆ แต่ก็ต้องมีเงินสำรองไว้ด้วย

ภาคธุรกิจเอกชนที่มีการประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จะช่วยให้ธุรกิจของตนดำเนินงานได้อย่างมีเหตุผล รู้จักลูกค้า รู้จักตลาด รู้จักคู่แข่ง และรู้ตนเอง รวมทั้งพนักงานมีความรู้ และยึดมั่นในคุณธรรมได้ดียิ่งขึ้น ตลอดจน จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ธุรกิจมีเครื่องป้องกันผลกระทบจากภาวะความเสี่ยงภัยจากการดำเนินธุรกิจได้อย่างเหมาะสม สามารถดำเนินธุรกิจร่วมมือกับผู้อื่นได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะส่งผลให้การดำเนินธุรกิจได้รับผลประโยชน์หรือผลกำไรสุทธิระยะยาวและยั่งยืน รวมทั้งช่วยเศรษฐกิจทั้งระบบสามารถเติบโตอย่างมั่นคง แข็งแรงได้ในที่สุด

 

ที่มา: https://daily.rabbit.co.th/







เรียบเรียง และ เขียนข่าวโดย

: ทีมงาน News-Lifestyle

















ข่าวที่เกี่ยวข้อง