อย่าคิดว่าเป็นเรื่องปกติ !! อ่านผลร้ายจากการ "นอนกรน" บอกเลย อันตรายกว่าที่คิด

อ่าน www.news-lifestyle.com

กลุ่มข่าว / LIFESTYLE /

อย่าคิดว่าเป็นเรื่องปกติ !!  อ่านผลร้ายจากการ
Published on: 10 ม.ค. 2560

 

หลายคนคิดว่าการ "นอนกรน"  เป็นเรื่องปกติ และไม่คิดว่า ต้องรับการรักษา แต่การกรนอาจเป็นสัญญาณเตือนภาวะความผิดปกติบางอย่างที่อาจมีผลเสียทางสุขภาพที่ร้ายแรงตามมาได้

กลไกสำคัญของการหายใจ คือ การที่มีอากาศผ่านเข้าไปสู่ทางเดินหายใจส่วนล่าง คือ ในปอดผ่านช่องทางเดินหายใจส่วนบน ได้แก่ ช่องปาก คอ คนปกติเวลานอนหลับกล้ามเนื้อทางเดินหายใจส่วนบนที่ทำหน้าที่ขยายทางเดินหายใจจะคลายตัวและกลไกการกระตุ้นการหายใจจะลดลง ทำให้ทางเดินหายใจส่วนบนมีลักษณะแคบกว่าเดิม
ภาวะดังกล่าวเมื่อร่วมกับปัจจัยอื่น เช่น ลิ้น ตกลงไปในทางเดินหายใจ มีก้อนในทางเดินหายใจ จะทำให้เกิดเสียงกรนเกิดขึ้น พบว่าในบางภาวะเสียงกรนอาจดังกว่าปกติได้ เช่น ถ้ามีการดื่มเหล้า หรือมีอาการเพลียมาก ทำให้นอนหลับลึก ก็จะทำให้มีอาการกรนมากขึ้น และในบางรายการกรนอาจมีความสัมพันธ์กับการนอนบางท่า เช่น การนอนหงาย
ในกรณีที่ทางเดินหายใจส่วนบนมีขนาดแคบลง ถึงจุดหนึ่งจะเกิดการอุดกั้นของทางเดินหายใจ ทำให้อากาศไม่สามารถผ่านเข้าไปในทางเดินหายใจได้ ช่วงนี้จะสังเกตได้ว่าเสียงกรนของผู้ป่วยที่ดังมาอย่างต่อเนื่องจะเงียบหายไปเป็นช่วงๆ เนื่องจากไม่มีลมผ่านเข้าไปในปอด

ถ้าการอุดกั้นเกิดขึ้นสักระยะหนึ่งก็จะทำให้เกิดภาวะขาดออกซิเจนในเลือด หัวใจเต้นเร็ว และผู้ป่วยก็จะตื่นหรือนอนหลับต่อไปไม่ได้ สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้บ่อยๆ ทั้งคืน ทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพของผู้ป่วย กล่าวคือ

1.ผู้ป่วยจะมีอาการนอนไม่สนิท ทำให้มีอาการง่วงนอนมากเวลากลางวัน มีความสามารถในการทำงานลดลง และมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุระหว่างการขับรถยนต์หรือประกอบอาชีพต่างๆ ได้สูงขึ้น

2.ผู้ป่วยจะมีระดับออกซิเจนในเลือดต่ำเป็นช่วงๆ ทำให้มีโอกาสเกิดความดันโลหิตสูง โรคเส้นโลหิตสมองตีบหรือแตกง่ายขึ้น โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงอื่นๆ เช่น ภาวะไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง สูบบุหรี่ และ

3.มีผลเสียในทางสังคมและเป็นที่รบกวนผู้ร่วมห้องนอน อันนี้มักเป็นปัญหาของผู้อื่นมากกว่าเป็นปัญหาของผู้ป่วยเอง

สำหรับอาการของผู้ป่วย ภาวะนี้มักพบในผู้ป่วยที่มีลักษณะอ้วน น้ำหนักเกิน หรือมีลักษณะผิดปกติบริเวณใบหน้าและช่องปาก ที่ทำให้ช่องทางเดินหายใจส่วนบนมีลักษณะแคบลง ผู้ป่วยมักมีประวัติการกรนเสียงดังและหยุดกรนเป็นช่วงๆ มีอาการนอนหลับมาก ง่วงนอนในเวลากลางวันและอาจพบว่ามีความดันโลหิตสูง
คนพาผู้ป่วยมาพบแพทย์มักจะเป็นคู่สมรสหรือคนที่นอนห้องเดียวกัน เนื่องจากมักจะสังเกตว่าผู้ป่วยกรนเสียงดังและมีอาการหยุดหายใจเป็นช่วงๆ แล้วมีความกังวลว่าผู้ป่วยอาจขาดใจตายไปเลย (หรืออาจเพราะทนเสียงกรนไม่ไหว) จึงพยายามลากผู้ป่วยมาพบแพทย์
เมื่อแพทย์สงสัยว่ามีปัญหาการหายใจที่ผิดปกติระหว่างการนอนหลับ แนวทางการตรวจเพิ่มเติมที่เหมาะสม คือ การตรวจการนอน (Polysomnogram) ผู้ป่วยต้องมานอนที่ห้องตรวจการนอน เพื่อประเมินว่ามีอะไรผิดปกติขึ้นระหว่างการนอน ผู้ป่วยจะได้รับการติดตามวัดตัวแปรที่สำคัญ เช่น จังหวะการหายใจ ลมหายใจที่เข้าออกจากปอด ระดับออกซิเจนในเลือด คลื่นสมองเพื่อดูว่าผู้ป่วยหลับหรือตื่นบ่อยแค่ไหนระหว่างช่วงการนอน และผู้ป่วยจะมานอนที่ห้องตรวจการนอนตลอดเวลา 1 คืน และแพทย์จะประเมินจากผลว่าเกิดความผิดปกติระหว่างการนอนหรือไม่ และควรได้รับการรักษาอย่างไร

แนวทางการรักษา ในขั้นตอนแรกหลังการประเมินของแพทย์ ถ้าผู้ป่วยอาจมีภาวะหยุดหายใจระหว่างการนอนหลับ ต้องยืนยันการวินิจฉัยโดยการตรวจการนอน ถ้าพบว่ามีความผิดปกติ จึงเลือกการรักษาที่เหมาะสม ดังนี้ 1.การรักษาโดยทั่วไป เช่น พยายามลดน้ำหนัก ปรับสุขนิสัยการนอนให้เหมาะสม งดการดื่มสุราหรือแอลกอฮอล์ก่อนเข้านอน

2.การให้เครื่องช่วยหายใจผ่านทางหน้ากากระหว่างการนอน (Continuous Positive Airway Pressure, CPAP) โดยผู้ป่วยจะเป็นผู้ใส่อุปกรณ์นี้เวลานอนหลับด้วยตนเอง

3.การใช้อุปกรณ์ทางทันตกรรม (Dental Appliance) เพื่อช่วยให้ช่องทางเดินหายใจส่วนบนกว้างขึ้นขณะนอนหลับ วิธีนี้มักจะได้ผลไม่ดีนัก และเลือกใช้ในผู้ป่วยที่อาการไม่รุนแรง และ 4.การผ่าตัด จะช่วยรักษาอาการกรนได้ดี แต่สำหรับการอุดกั้นของทางเดินหายใจ ผลที่ได้จากการผ่าตัดยังไม่แน่นอน ดังนั้นจึงควรมีการพิจารณาเลือกผู้ป่วยที่เหมาะสมสำหรับการผ่าตัดเป็นรายๆ ไป และปรึกษาเฉพาะแพทย์ที่มีความชำนาญเฉพาะทาง
      
 




 

 




ที่มา www.thaihealth.or.th
เรียบเรียง สิรวีณ์ team news-lifestyle




TAGS ข่าว :



1
ข่าวอื่นๆที่เกี่ยวข้อง






ติดต่อลงโฆษณา เว็บไซต์ , โทรทัศน์
0816490178 วรลักษณ์ อิงคมณี ([email protected])
02-271-6500 ต่อ 105 - 107