เช็คเลยผู้ลงทะเบียนคนจน..!! ตรวจสอบรายชื่อผู้มีรายได้น้อย ปี 60...ใครไม่ผ่านขออุทธรณ์ให้ตรวจสอบคุณสมบัติใหม่ได้ (รายละเอียด)

2017-09-19 16:22:53

นับว่าเป็นเรื่องที่น่าดีใจกับพี่น้องชาวไทยหลังจากที่รัฐบาลได้ออกโครงการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย หรือ โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งคนที่ผ่านเกณฑ์จะได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ เรียกง่ายๆว่า "บัตรคนจนนั่นเอง"

โดยในปีนี้ได้เริ่มให้ลงทะเบียนคนจนตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน – 15 พฤษภาคม 2560 และจะได้ใช้สิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2560 เป็นต้นไป

แต่ก่อนที่จะได้รับสิทธิ์นั้นหลายคนอาจสงสัยว่าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สามารถนำไปใช้ได้อย่างไรบ้างและที่สำคัญมีขั้นตอนอย่างไรในการพิจารณา ถึงจะได้รับสิทธิ์การใช้บัตรคนจน



เริ่มต้นด้วยคุณสมบัติของผู้ที่มีสิทธิ์ที่จะได้รับการช่วยเหลือลงทะเบียนคนจนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2560

1. ต้องมีสัญชาติไทย อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปโดยต้องเกิดก่อนวันที่ 15 พฤษภาคม 2542

2. ต้องเป็นคนว่างงานหรือมีรายได้ในปี 2559 ไม่เกิน 1 แสนบาท

3. ต้องเป็นผู้ที่ไม่มีหรือมีทรัพย์สินทางการเงิน เช่น เงินฝากธนาคารสลากออมสิน พันธบัตร และตราสารหนี้ รวมทั้งสิ้นไม่เกิน 1 แสนบาท

4. ต้องไม่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ตามกฎหมายหรือถ้าเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ดังกล่าวต้องเข้าหลักเกณฑ์ที่กำหนด คือ

-กรณีที่อยู่อาศัยและสิ่งปลูกสร้าง (บ้านพร้อมที่ดิน) กรณีอยู่อย่างเดียวต้องเป็นบ้านหรือทาวส์เฮาส์พื้นที่ไม่เกิน 25 ตารางวา กรณีเป็นที่อยู่อาศัยและใช้ประโยชน์ในที่ดิน เพื่อการเกษตรต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 10 ไร่ หรือ การอื่นที่ไม่ใช่การเกษตรต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 1 ไร่

-กรณีที่ดิน หากเพื่อการเกษตรต้องมีไม่เกิน 10 ไร่ หรือ กรณีเพื่อการอื่นที่ไม่ใช่การเกษตรต้องไม่เกิน 1 ไร่

หลังจากที่ลงทะเบียนคนจนเรียบร้อยแล้ว ต้องรอการตรวจสอบประวัติและพิจารณาว่าผ่านเกณฑ์ตามที่กำหนดไว้ข้างต้นหรือไม่ ซึ่งวันที่ 15 กันยายน 2560 ได้ประกาศผู้ที่ผ่านเกณฑ์ โดยมีผู้ลงทะเบียนคนจนทั้งหมดถึง 14,176,170 คน และมีผู้ผ่านคุณสมบัติ 11,431,681 คน

ซึ่งสามารถตรวจสอบได้โดยการกรอกหมายเลขบัตรประชาชน 13 หลักเพื่อเช็คสิทธิ์ได้ที่ www.welfare2560.epayment.go.th,www.mof.go.th,www.fpo.go.th

แต่ถ้าหากใครไม่ผ่านเกณฑ์ก็สามารถขออุทธรณ์ให้ตรวจสอบคุณสมบัติใหม่ได้ภายในวันที่ 29 กันยายน 2560 และจะประกาศผลอุทธรณ์ในวันที่ 24 ตุลาคม 2560



เมื่อได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้วจะสามารถนำไปทำอะไรได้บ้าง ?

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ก็จะคล้ายบัตรเครดิตและ ATM คือ สามารถนำกดเงินจากตู้ ATM ได้ นำไปชำระค่าสินค้าและค่าบริการขนส่ง รวมทั้งใช้ยืนยันสิทธิในการรับความช่วยเหลือจากภาครัฐทุกครั้ง

โดยการช่วยเหลือจะแบ่งตามรายได้ของผู้ลงทะเบียนคนจน 2 กลุ่มคือ

1.กลุ่มที่มีรายได้ไม่เกิน 3๐,๐๐๐ บาทต่อปี

- ได้รับวงเงิน 300 บาทต่อคนต่อเดือน เพื่อใช้ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น สินค้าเพื่อการศึกษา และวัตถุดิบเพื่อการเกษตร จากร้านธงฟ้าประชารัฐ

- ส่วนลดค่าก๊าซหุงต้ม 45 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน ที่ร้านค้าก๊าซที่กระทรวงพลังงานกำหนด

- ค่ารถเมล์และรถไฟฟ้า 500 บาทต่อคนต่อเดือน

- ค่ารถโดยสาร บขส. 500 บาทต่อคนต่อเดือน

- ค่ารถไฟ 500 บาทต่อคนต่อเดือน

2.กลุ่มที่มีรายได้เกิน 30,000 บาทต่อปี แต่ไม่เกิน 100,000 บาท

- ได้รับวงเงิน 200 บาทต่อคนต่อเดือน เพื่อใช้ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น สินค้าเพื่อการศึกษา และวัตถุดิบเพื่อการเกษตร จากร้านธงฟ้าประชารัฐ

- ส่วนลดค่าก๊าซหุงต้ม 45 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน ที่ร้านค้าก๊าซที่กระทรวงพลังงานกำหนด

- ค่ารถเมล์และรถไฟฟ้า 500 บาทต่อคนต่อเดือน

- ค่ารถโดยสาร บขส. 500 บาทต่อคนต่อเดือน

- ค่ารถไฟ 500 บาทต่อคนต่อเดือน

ทั้งนี้เงินช่วยเหลือจะถูกโอนเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทุกวันที่ 1 ของทุกเดือน ยกเว้นวงเงินส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้มจะเข้าทุกวันที่ 1 ของทุก 3 เดือน ซึ่งวงเงินคงเหลือของเดือนที่ผ่านมาจะไม่มีการสะสมในเดือนถัดไป

นับว่าเป็นโครงการที่ดีที่จะสามารถช่วยเหลือพี่น้องชาวไทยที่ประสบกับปัญหาความเป็นอยู่ที่ยากลำบากและจะสามารถยกระดับฐานะคนไทยให้กินดีอยู่ดีมากขึ้น แต่ถ้าหากคนที่ได้รับการช่วยเหลือไม่รู้จักทำมาหากินมัวรอแต่ความช่วยเหลือ สุดท้ายแม้จะช่วยมากมายเท่าไหร่ชีวิตก็คงจะไม่ดีขึ้นนะครับ

ข้อมูล : news.sanook.com

เรียบเรียง และ เขียนข่าวโดย

เพลินจิต : ทีมงาน News-Lifestyle















ข่าวที่เกี่ยวข้อง