โลกนี้มันอยู่ยาก!!หนุ่มช่างตัดผมหน้าตาดี นัดเจอคู่นอนผ่านแอปฯดัง...สุดท้ายส่งข้อความเยาะเย้ย ทำคนเห็นข้อความเข่าทรุด

2017-10-12 14:18:36


เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2560 เว็บไซต์เดลี่เมล เผยเรื่องราวความผิดปกติชวนอึ้งของ ดารีลล์ โรวี หนุ่มช่างตัดผมหน้าตาดีวัย 26 ปี จากเมืองเอดินบะระ ประเทศสกอตแลนด์ แม้เขาคนนี้จะเป็นเกย์ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เขาผิดปกติ หากแต่เป็นเพราะพฤติกรรมของเขา ที่จงใจปล่อยเชื้อเอชไอวีใส่กับคู่นอนที่เจอกันผ่านแอปพลิเคชัน Grindr แอปฯ หาคู่สำหรับชายรักชาย และเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจก็ส่งข้อความไปเยาะเย้ยว่า เขาได้แพร่เชื้อเอชไอวีไปให้แล้ว 

โรวีถูกนำตัวมาขึ้นศาลเมืองเลเวส เทศมณฑลอีสต์ซัสเซกซ์ สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยรายงานศาลเปิดเผยว่า โรวีเพิ่งรู้ตัวว่าติดเชื้อเอชไอวีตั้งแต่เดือนเมษายน 2558 ซึ่งในตอนแรกเขาได้กินยาต้านเชื้อไม่ให้ไวรัสเข้าไปทำลายระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ซึ่งยานี้จะส่งผลให้เปอร์เซ็นต์การแพร่เชื้อไวรัสน้อยลง ทว่าหลังจากนั้นเขาได้เลิกกินยาต้านเชื้อ แล้วก็ย้ายมาอยู่ที่เมืองไบรตัน ในอีสต์ซัสเซกซ์ ก่อนจะเริ่มปฏิบัติการหาเหยื่อเพื่อลงมือก่อเหตุ 





วิธีการของโรวีคือ เริ่มจากการติดต่อเหยื่อชายหนุ่มผ่านทางแอปฯ ดังกล่าว ไปเป็นคู่นอนด้วย โดยการหลับนอนด้วยกันบางครั้ง เขาปฏิเสธที่จะใส่ถุงยางอนามัยขณะมีเพศสัมพันธ์ แต่หากเหยื่อยืนยันที่จะใส่ เขาก็จะแอบฉีกถุงยางอนามัยให้เชื้อผ่านเข้าไปได้ จากนั้นหลังจากแยกย้ายกัน เขาก็ส่งข้อความไปเยาะเย้ยเหยื่ออย่างมีความสุข

ตัวอย่างข้อความที่โรวีส่งให้กับเหยื่อชายหนุ่ม ระบุว่า "บางทีคุณอาจจะป่วยนะ เพราะผมเพิ่งสอดใส่กับคุณ และผมมีเชื้อเอชไอวี ฮา ๆ ๆ อุ๊ปส์" อีกข้อความที่โรวีส่งไปให้เหยื่ออีกราย ระบุว่า "ผมฉีกถุงยาง คุณมันโง่ ไม่รู้อะไรเลย"

นอกจากนี้โรวียังมีการโทรศัพท์ไปข่มขู่เหยื่อบางราย พร้อมทั้งหัวเราะเยาะเสียงดัง ขณะที่เหยื่อบางรายเพิ่งจะทราบว่าตัวเองติดเชื้อเอชไอวี หลังจากตัวเองป่วยและมีไข้ ส่วนเหยื่ออีกรายเผยว่า ตนยืนมั่นใจว่าจะปลอดภัยเพราะใส่ถุงยางอนามัย แต่หลังจากเสร็จกิจถึงได้เห็นว่า ถุงยางอนามัยถูกฉีกขาด และมันไม่ได้ขาดเอง แต่มันถูกทำให้ขาด 



เจ้าหน้าที่ตำรวจเริ่มได้รับแจ้งเหตุจากเหยื่อ 2 รายที่ติดเชื้อเอชไอวี ซึ่งทั้งคู่ระบุตรงกันว่ามีเพศสัมพันธ์กับชายหนุ่มที่มีสำเนียงสก๊อตติช ก่อนจะนำมาซึ่งการดำเนินการสืบสวนและจับกุมตัวโรวี แต่เขาได้ปฏิเสธข้อกล่าวหา พร้อมทั้งยังอ้างว่าตัวเองไม่มีเชื้อเอชไอวี และไม่รู้จักกับเหยื่อทั้งสองคน ก่อนจะได้รับการประกันตัวออกไป อย่างไรก็ดี หลังจากนั้นได้มีเหยื่อราย ๆ อื่นปรากฏตัวขึ้น กระทั่งมีการดำเนินคดีกับโรวีขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะได้รับอนุญาตให้ประกันตัวออกไปเป็นครั้งที่ 2 และหลังจากนั้นเขาก็หายตัวไป จนเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมโรวีได้ในที่สุด ซึ่งขณะนั้น เขาได้ใช้ชื่อปลอมเพื่ออำพรางตัว

เรียบเรียง และ เขียนข่าวโดย

ลัทธภพ แก้วโย : ทีมงาน News-Lifestyle

















ข่าวที่เกี่ยวข้อง