นิวส์-ไลฟ์สไตล์
news-lifestyle

จริงหรือไม่ปรับครม.เศรษฐกิจแล้วจะแก้วิกฤตได้ ??

2015-07-25 02:56:21

อีกหนึ่งประเด็นร้อนที่ถูกจับตามองมาอย่างต่อเนื่องก็คือกระแสข่าวการปรับครม.เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ   โดยเฉพาะค่าความเชื่อมั่นด้านต่างๆ  ที่ลดลงจนกลายมาเป็นปัญหาทำให้การขับเคลื่อนแผนพัฒนาประเทศของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เดินหน้าไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

 

ขณะที่วันนี้ ( 24 ก.ค.)  เป็นอีกครั้งหนึ่งที่พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี  ต้องตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการปรับครม.ในอนาคตอันใกล้ "กำลังคิดอยู่ คือ ก็ไม่อยากให้มีผลกระทบ แต่ถ้าปรับก็คือปรับ ไม่ปรับก็คือไม่ปรับ ถ้าพูดทุกวันก็ทำให้ทุกอย่างแย่ไปหมด เศรษฐกิจ ความมั่นคงก็แย่ เกิดความขัดแย้ง         


"พอปรับเสร็จ สื่อฯก็บอกว่านี่คือความขัดแย้ง บอกว่าผมไม่สนใจไม่ฟังเสียงประชาชน เอ๊ะ! จะเอาอย่างไรกัน ถามหลายครั้งจะปรับใครล่ะ บอกมาซิ ชื่ออะไรเสนอมา จะให้ปรับใครบ้าง บอกมา"


        และเมื่อถูกถามผลกระทบในแง่การทำงาน เพราะกระแสข่าวเรื่องการปรับครม.  พล.อ.ประยุทธ์  ได้พูดถึงประเด็นนี้ว่า   สำหรับรัฐมนตรีไม่น่าจะมีปัญหา  เพราะทุกคนล้วนตั้งใจทำงานตามที่ตนสั่ง  แต่คนที่จะเสียสมาธิสำหรับการทำงานก็คือตน  เนื่องจากต้องคอยตอบคำถามผู้สื่อข่าวทุกวันว่าจะมีการปรับครม.หรือไม่      อย่างไรก็ตามยืนว่าขณะนี้รัฐมนตรีทุกคนยังเข้มแข็งและไม่มีใครถอดใจจะลาออกตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด  และตนก็คอยให้กำลังใจรัฐมนตรีทุกคนให้มุ่งมั่นทำงานต่อไป   ไม่ใช่เฉพาะม.ร.ว.ปรีดิยาธร  เทวกุล  รองนายกรัฐมนตรี  เท่านั้น   ที่สำคัญยังเชื่อมั่นว่ารัฐมนตรีทุกคนพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นได้ 

 

       "ท่านก็บอกแล้วนี่ว่าท่านก็พร้อม ฟังบ้างซิเวลาที่ท่านพูด ทุกคนเขาก็สุภาพบุรุษกันอยู่แล้ว ไม่ต้องกลัวหรอก ทุกคนเขารู้ดีว่า เข้ามาแล้วต้องเจอกับสถานการณ์อะไรบ้าง เขารับได้ทั้งหมด แต่ก็อย่าไปทำให้เขาเสียกำลังใจ คือ ปรับมันก็ต้องปรับ แต่ไม่ใช่ปรับเพราะเขาเลว ไม่ดี เขาไม่เก่ง มันไม่ใช่ แต่ในแง่ของปัญหาที่ทับซ้อนเยอะ แล้วกระบวนการประชาธิปไตย มันก็เร่งรัด นักการเมืองก็อยากให้เข้ามาเลือกตั้งเร็วๆ ต้องมองทั้งปัจจัยภายในและภายนอก ทั้งในและนอกประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมันก็ดี..”

 

           ขณะเดียวกัน  พล.อ.ประยุทธ์ยังเน้นย้ำว่าการเข้าบริหารประเทศ  เป็นเพราะสถานการณ์การเมืองมีปัญหา  และไม่ได้เข้าเป็นรัฐบาลที่สร้างปัญหาให้ประเทศ   จึงอยากเรียกร้องให้มีความเป็นธรรมกับรัฐบาลบ้าง โดยเฉพาะกับสื่อมวลชนที่ทำหน้าที่ถ่ายทอดข้อมูลต่างๆ ไปถึงประชาชน

 

         "ลืมหรือยังว่าผมเข้ามาทำงานกี่เดือนแล้ว เป็น คสช.มาตั้งแต่ 22 พ.ค.57 เป็นรัฐบาลในเดือน ก.ย.57 รวมแล้วปีกว่า แต่ปัญหาที่มีอยู่ทับซ้อนมาเป็นสิบปี แต่ผมก็ทำได้ในเวลาแค่ปีเดียว เป็นธรรมกับผมบ้างว่า อะไรที่ทำแล้ว อะไรที่ยังไม่ทำและอะไรที่กำลังทำอยู่ แค่นี้ยังหาไม่เจอ ผมพูดทุกวัน และการที่ต้องพูดมากในทุกๆ เรื่อง เพราะต้องการให้ทุกคนได้ฟังและรับรู้แต่ก็ยังไม่ฟังกัน ตนจึงต้องมาคาดหวังกับสื่อฯวันข้างหน้าก็อาจใช้วิธีการแจกเอกสารไปบ้าง เพราะสื่อฯเองก็คงจดไม่ทัน เพราะตนเป็นคนพูดเร็ว สื่อฯบางคนจดไปก็ครบบ้าง ไม่ครบบ้าง อีกทั้งพื้นที่ข่าวก็มีไม่มาก สื่อฯก็เลือกแต่ประเด็นแรงๆ ไปนำเสนอ เนื้อหาสาระไม่ได้ใส่ลงไปทำให้เกิดความขัดแย้ง พวกสื่อฯไม่ได้ตั้งใจ ตนรู้ แต่วันนี้ก็ต้องช่วยตนในการสร้างการรับรู้ ส่วนอะไรที่เป็นปัญหาก็ต้องช่วยชี้แจงข้อเท็จจริง

 

        ทั้งนี้พล.อ.ประยุทธ์ยังได้เน้นย้ำการพิจารณาว่าจะปรับครม.หรือไม่    ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบถึงผลที่เกิดขึ้นในอนาคต   เพราะถ้าปรับไปแล้วภาวการณ์ต่างๆ ไม่ดีขึ้น  ก็จะกลับมาเป็นปัญหาของรัฐบาล   โดยเฉพาะตนซึ่งอาจถูกโทษว่าให้เป็นคนผิดก็ได้ 

เรียบเรียง และ เขียนข่าวโดย

: ทีมงาน News-Lifestyle



ข่าวที่เกี่ยวข้อง