นิวส์-ไลฟ์สไตล์
news-lifestyle

เอาแน่!!! "วู้ดดี้" เลือกแล้ว "กาละแมร์" ทำลูกคนแรกให้ ด้วยเหตุผลที่ฝ่ายหญิงได้ฟังอาจมีเคือง!!!

2016-09-15 16:22:43

ถือเป็นการควงออกสื่อให้สัมภาษณ์คู่กันเป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ สำหรับคู่หวาน "วู้ดดี้ วุฒิธร มิลินทจินดา" กับหนุ่มรู้ใจ "โอ๊ต อัครพล จับจิตใจดล"  หลังจากเปิดตัวคบหากันอย่างเป็นทางการเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ที่นอกจากจะสร้างความรู้สึกโล่งใจให้คนทั้งคู่แล้ว ยังทำให้พวกเค้ารู้สึกเหมือนเพิ่งแต่งงานกันใหม่ๆอีกด้วย ซึ่งเมื่อถูกถามถึงเรื่องการมีลูก ด้านวู้ดดี้ก็เปรยขึ้นว่าถ้าจะมีต้องมี ก็คงต้องพึ่งวิธีใช้สเปิร์มของผู้หญิงที่แข็งแรง โดยตนได้เล็งสาวคนสนิทอย่าง "กาละแมร์ พัชรศรี เบญจมาศ" เอาไว้แล้ว ให้เป็นผู้อุ้มบุญลูกคนแรก ด้วยมั่นใจว่าเป็นคนที่ดูแลสุขภาพตัวเองได้ดี และจะไม่มีสามีแน่นอน

 

โดยวู้ดดี้ ได้เปิดใจถึงประเด็นนี้มาว่า .. " สมัยก่อนไม่คิดอะไรเพราะอยากมีแค่หลาน ซึ่งก็มีแล้ว แต่วันหนึ่งพี่เปิ้ลมาพูดกับเราว่า มึงต้องมีลูก ในยุคนี้มันปกติแล้ว เราจึงถามเพื่อนๆ ว่า เอ๊ะ เขาทำกันยังไง ก็เป็นวาระขึ้นมาเมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่าจะใช้ไข่ใคร หรือท้องใคร คุยกับทุกคนที่ผ่านการอุ้มบุญ หรือคนที่เคยฝากไข่ว่าสเปิร์มจะไปผสมกันได้ไหม ถามว่าเคยคิดจะมีลูกมั้ยเคยคิดเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ว่าจะมีลูกกัน แต่ก็คุยกันว่าจะเป็นสเปิร์มใครดี สองสัปดาห์ที่ผ่านมาเราก็เริ่มกลับมาคิดและหาข้อมูลกัน เหมือนเราอาจจะฝากได้สองสเปิร์มเลย แต่ก็ไม่รู้ว่าจะได้ไข่ฟองไหน คือเราไม่รู้เรื่องเพศของผู้หญิงเลยว่าทำงานอย่างไร เราเลยเลือกทั้งสองอัน แล้วก็ไม่ต้องไปรู้ว่าที่จะติดเป็นของใคร เรื่องมีลูกเราแพลนกันไว้สำหรับอนาคตอันใกล้ๆ  แต่คงไม่ใช่วันนี้หรือพรุ่งนี้ ตอนนี้เอาตรงนี้ให้รอดก่อน ซึ่งเราอยากได้ลูกชายคน ลูกสาวคน

 

ก็มีคุยขำๆกับกาละแมร์ ซึ่งกาละแมร์เป็นหนึ่งในตัวเลือก เขาคงไม่มีผัวแน่นอน จะเอาท้องแมร์ เพราะเขาเป็นคนใกล้ตัว ที่เราคิดว่าสุขภาพฟิตสุด เค้ารักษาสุขภาพมากๆ เราก็บอกกาละแมร์นะว่าเราเลือกเธอแล้ว ถ้าเค้าไม่ยอมก็คงต้องใช้วิธีอ้อนวอน โน้มน้าวกันอีกรอบ เพราะแมร์เป็นคนที่เราใกล้ชิดที่สุด เพราะตอนนี้เราก็มองไม่เห็นใครแล้ว

 

 

ส่วนเรื่องกฎหมายอุ้มบุญเราก็ศึกษามาแล้วหลายกรณี ไม่ว่าจะเรื่องแต่งงานหรือการมีลูก เราคิดว่าก่อนหน้านี้ถ้าใจอยากมีเราก็มีได้ ตอนนี้เรายังไม่ได้จดทะเบียน ด้วยความที่เราเป็นคนไทยทั้งคู่เลยไม่รู้ว่าจะจดที่ต่างประเทศได้ไหม เราก็อยากให้เมืองไทยลองมองเรื่องนี้ด้วย จริงๆมันก็เป็นเรื่องที่สำคัญ สมมติว่าใครคนหนึ่งป่วยมันหมายความว่าเขาไม่มีสิทธิ์อะไรเลย ในการดูแลกันและกันในฐานะสามีภรรยา คือเราอยากใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์กับคนอื่น ที่ไม่โชคดีเหมือนเรา เพราะครอบครัวเรารักเราทั้งคู่ รายล้อมด้วยคนที่รักเรา แต่มีอีกหลายคู่ไม่ได้เหมือนเรา

 

เรารู้ว่ามีอีกหลายคู่ที่ยังไม่ได้รับการยอมรับจากคนในสังคม อย่างการแต่งงาน เขาก็อยากได้สิทธิ์ตรงนั้นเราจึงคิดว่าถ้าเราออกมาพูดอย่างนี้มันทำให้คนคิดว่าสิ่งที่เขาเป็นอยู่มันโอเค คุณอย่าไปกลัวอย่าทำให้คำพูดคนอื่นมีความสำคัญกับคุณ การแต่งงานหรือกฎหมายเป็นเรื่องอีกสเต็ปหนึ่ง ยังไงเราก็จะสู้เพื่อทุกคนอยู่แล้ว เราไม่อยากให้ทุกคนที่เกิดมาเป็นแบบเรารู้สึกหมดหวัง "
 

 

 

ขอบคุณภาพจาก : IG woodytalk

ขอบคุณข้อมูลจาก newsplus.

เรียบเรียง และ เขียนข่าวโดย

วีรัญญา โพธิอรรถ : ทีมงาน News-Lifestyle