นิวส์-ไลฟ์สไตล์
news-lifestyle

ช็อกสุดชีวิต !! "ศพหญิงปริศนา" ถูกฆ่ายัดถุงดำ หมกป่ากลางเมืองนครสวรรค์!! เมื่อรู้เธอเป็นใคร..ฮือฮาทั้งจังหวัด! แถมเงื่อนงำ 3 ประเด็นใหญ่ เรื่องนี้ไม่จบง่ายๆแน่ !!!!

2016-10-23 20:51:30

เกิดเหตุสยองกลางดึกของวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองปลิง ได้รับแจ้งมีผู้พบศพถูกยัดใส่ถุงดำหมกป่าหญ้า ท้ายเกาะญวน หมู่ 6 ต.นครสวรรค์ออก อ.เมือง จ.นครสวรรค์ จึงลงพื้นที่ไปตรวจสอบ พร้อมทีมสืบสวนตำรวจ สภ.หนองปลิง ทีมสืบสวนกองกำกับการสืบสวนกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์ แพทย์เวรโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ และอาสาสมัครกู้ภัยนครสวรรค์

เมื่อถึงที่เกิดเหตุ พบถุงขยะสีดำส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วบริเวณแม้จะมีการมัดปากถุงไว้แล้ว ก่อนอาสาสมัครกู้ภัยนครสวรรค์ นำถุงขยะขึ้นมาเปิดออก พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 1 ราย สภาพเน่าเปื่อย ถูกสายไฟมัดเอาไว้ที่ข้อมือทั้ง 2 ข้าง คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน

จากการสอบถาม นายสุธาวุฒิ สาลีพันธุ์ ผู้พบเห็นเป็นคนแรก เล่าว่า เมื่อเวลา 17.00 น. ของวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา ตนพาสุนัขมาเดินเล่นในบริเวณดังกล่าว และได้กลิ่นเน่าเหม็นจึงเดินไปดู พบถุงดำ 1 ถุงถูกมัดไว้ ก่อนนำไม้มาเขี่ยดู ต้องตกใจเมื่อพบศพผู้เสียชีวิต จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบทันที

จากนั้นไม่นาน นายสุเทพ นาทอง อายุ 66 ปี ได้เดินทางมาติดต่อขอดูร่างผู้เสียชีวิต เพราะเกรงว่าจะเป็นภรรยาของตนที่ชื่อ นางสุภาพร พัทยาวรรณ อายุ 67 ปี ที่หายตัวไปจากบ้านซึ่งเป็นห้องแถวบริเวณ วัดวรนาถบรรพต (พระอารามหลวง) ตั้งแต่วันที่ 17 ต.ค. 59 ที่ผ่านมา และได้แจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองนครสวรรค์ กว่า 5 วันแล้ว เมื่อทราบข่าวจึงมาขอดูว่าใช่ภรรยาตนเองหรือไม่ ก่อนยืนยันว่าเป็นร่างของภรรยาตนจริงๆ เนื่องจากจำชุด, ต่างหูเพชรเม็ดเล็ก และสร้อยคอทองคำที่ที่สวมใส่ได้

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้สันนิษฐานสาเหตุในการถูกฆาตกรรมไว้ 3 ประเด็น คือ 1.ฆ่าเพื่อล้างหนี้ 2.ฆ่าเพื่อเอาเงินประกัน และ 3.ฆ่าเพื่อเอามรดก  เนื่องจาก นางสุภาพร มีฐานะร่ำรวย และมีทรัพย์สินอสังหาริมทรัพย์หลายรายการ รวมถึงการปล่อยเงินกู้ในตลาดเทศบาลนครนครสวรรค์

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อประเด็นใดประเด็นหนึ่ง และจะทำการสอบสวนพยานเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป และให้อาสาสมัครกู้ภัยนครสวรรค์ นำร่างผู้เสียชีวิตส่งไปชันสูตรที่สถาบันนิติเวช ม.นเรศวร ล่าสุด วันนี้ (23 ต.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ได้แบ่งออกเป็น 2 ชุด เพื่อสืบเรื่องลูกหนี้ฆ่าล้างหนี้ และเรื่องครอบครัวในส่วนของมรดก โดยเจ้าหน้าที่ยังไม่ให้ข้อมูลใดๆ เพราะเกรงว่าคนร้ายจะไหวตัวทัน

เรียบเรียง และ เขียนข่าวโดย

พันธ์พิงค์ อินสันทราย : ทีมงาน News-Lifestyle



ข่าวที่เกี่ยวข้อง