นิวส์-ไลฟ์สไตล์
news-lifestyle

ชีวิตยิ่งกว่าละคร !! "น้องน้ำอ้อย" สุดรันทด! ป่วยเป็นโรคมะเร็ง โดนโกนหัว ซ้ำร้าย! โดนแฟนทิ้งโดยไม่มีเหตุผล สุดท้ายคนที่อยู่ข้างเธอคือ !?

2017-08-26 17:41:37

เรียกได้ว่าเป็นศิลปินสุดสตรองอีกคนหนึ่งในวงการบันเทิงเลยทีเดียวสำหรับ "พิมพ์ พิมพ์มาดา บริรักษ์ศุภกร" หรือ "พิมพ์ ซาซ่า" ที่ต้องต่อสู้กับโรคมะเร็งในมดลูก ต้องใช้วิธีรักษาด้วยการทำคีโมถึง 6 ครั้ง ผมร่วงหมดศรีษะ ต้องใส่วิกตลอดเวลา แต่เธอก็ดำเนินชีวิตได้อย่างปกติ ท่ามกลางกำลังใจจากแฟนๆ ทั่วทั้งประเทศมาโดยตลอด

 

พิมพ์ พิมพ์มาดา บริรักษ์ศุภกร ในขณะที่ป่วยเป็นมะเร็งมดลูก


ปัจจุบันนี้ เธอได้หายขาดจากโรคร้ายดังกล่าวแล้วและก้าวเข้ามารับงานในวงการบันเทิงอย่างเต็มตัวอีกครั้ง หนึ่งในนั้นคือการได้เป็นพิธีกรในรายการ Faceconfidence ซึ่งเทปล่าสุด ซึ่งมีแขกรับเชิญท่านหนึ่งที่ชีวิตน่าสนใจและน่าเห็นใจ แถมทำให้คิดถึงตัวเธอเมื่อครั้งยังป่วยอยู่ คือ "น้องน้ำอ้อย" สาวโชคร้ายเป็นมะเร็งปากมดลูก ต้องโกนหัว ซ้ำร้ายไปกว่านั้นยังโดนแฟนทิ้ง สุดท้ายก็มีแค่พ่อที่เป็นผู้ชายที่อยู่ข้างเธอเสมอ 

โดยสมาชิกพันทิปที่ใช้ชื่อว่า "OMGMAN" ได้ออกมาพูดถึงเรื่องราวของเธอคนนี้ด้วย โดยการตั้งกระทู้ที่มีหัวข้อว่า "เป็นมะเร็ง โดนโกนหัว ผู้ชายเท สุดท้ายคนที่อยู่กับเราก็คือ พ่อ" ซึ่งถ้าใครได้รับชมรายการ Faceconfidence และได้รับทราบเรื่องราวของเธอแล้วบอกเลยว่าน่าเห็นใจสุดๆ โดยเจ้าของกระทู้ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความเอาไว้ว่า

 

เห็นหน้าพิมพ์มาดา ลอยมาบนไทม์ไลน์ เลยเข้าไปดูรายการ Faceconfidence 

 

คือดราม่าสุดๆ แขกรับเชิญ น้องน้ำอ้อย นางเป็นมะเร็งปากมดลูก ซึ่งเข้าใจคนเป็นมะเร็งมั้ย? ให้คีโม ผมไม่มี หน้าตาซีดเซียวเป็นคนป่วย แล้ววันนี้พิมพ์มาดา ที่เคยสู้กับโรคมะเร็งมาเป็นแขกรับเชิญ อีกด้วย 

 

แฟนนางบอกว่ากับแฟนก็อยู่ข้างกัน จะอยู่ด้วยกันตลอดไป แต่เธอไม่สามารถมีลูกได้ด้วย ทั้งที่คุยกับแฟนไว้แล้วว่าจะมีลูก แต่สุดท้ายกลับมีไม่ได้

 

นี่ตอนก่อนผมร่วงหมดหัว

 

จับแต่งหน้าสักหน่อย แววสวยเริ่มมา

 

ตอนเม้คโอเวอร์คือ น้องน้ำอ้อย นางได้วิคผมด้วย น้ำตาไหลพรากๆสุดๆตอนที่ชีมีผมครั้งแรก

 

แต่ความพีค ความดราม่าในดราม่า คือแฟนน้องน้ำอ้อยมาหาไม่ได้  เพราะติดธุระ โอ้โห เจ็บแทนอ่ะ จริงๆมันก็สำคัญนะ เป็นวันที่ทุกคนรอคอยแต่ผู้ชายมาไม่ได้ เลิกนัดกะทันหันงี้ อยากจะด่าเบาๆ

 

นางก็คุยโทรศํพท์กับผู้ แล้วร้องไห้อ่ะ ร้องขนาดนี้กล้าปฏิเสธลงได้ไง จริงๆลุ้นมากว่าจะมีเซอร์ไพรส์ตามมาทีหลังก็ยังดี แต่โนสนโนแคร์มาก ไม่มีเลย

 

สุดท้ายคุณพ่อมาแทน ร้องไห้ นี่ล่ะ ผู้ชายที่อยู่เคียงข้างคุณเสมอที่แท้จริง

 

ขอเสริมนิดนึง มะเร็งปากมดลูกเนี่ย สามารถฉีดป้องกันได้นะ เป็นวัดซีนป้องกันไรัส HPV ฉีดได้ตั้งแต่ 9-26 ปี อย่างพี่สาวเราอายุ 25 ก็ไปฉีดมาแล้ว
บางประเทศมีเป็นรัฐสวัสดิการให้ฟรีด้วย หมอบอกว่าช้าสุดไม่อยากให้เกิน 28-30 ป้องกันไว้ดีกว่าเพราะสมัยนี้ ผู้หญิงเป็นกันเยอะมาก ไม่ว่าจะมีเพศสัมพันธ์ หรือไม่มีก็ตาม

 

หลังจากนั้นก็ได้มีสมาชิกเว็บไซต์พันทิปที่ใช้ชื่อว่า "Blufin" เข้ามาแสดงความคิดเห็นพร้อมแชร์ประสบการณ์ที่ได้รับการรักษาก่อนหน้านี้ด้วย โดยระบุข้อความเอาไว้ดังนี้ 

" มาคอมเม้นในฐานะที่เพิ่งรักษามะเร็งเสร็จใหม่ๆนะคะ  เราอายุ 36 เพิ่งได้งานบริษัทในฝัน เพิ่งมีแฟนหลังจากที่โสดมาเกิน 10 ปี ผมคือสิ่งที่รักที่สุดในร่างกาย ตอนที่คุณหมอแจ้งว่าเป็นมะเร็ง ช็อคมาก เพราะนอกจากชีวิตกำลังไปได้ด้วยดีมากๆ คนรอบข้างที่รู้จักแล้วเป็นมะเร็งก็น้อยมากๆๆๆที่จะรอดชีวิต แล้วก็จากสื่อต่างๆมักจะแสดงภาพลักษณ์ของผู้ป่วยมะเร็งว่าจะดู ผอมๆดำๆโทรมๆ และเป็นแล้วตายแน่ๆ

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เรากลับขอบคุณที่ได้เป็นมะเร็ง(ขั้นที่1) โรคนี้ทำให้เข้าใจโลกได้ดีขึ้น เข้าใจว่าชีวิตคือการเกิดแก่เจ็บตาย ควรจะใช้ชีวิตให้อยู่กับปัจจุบัน ฯลฯ มะเร็งที่เป็นคุณหมอแจ้งว่าถ้ารักษาครบทุกขั้นตอน ได้แก่ ผ่าตัด คีโม ฉายแสง โอกาสหายจะสูงถึง 90% ค่ะ (เป็นแล้วดีกว่าเป็นโรคเอดส์แน่นอน)

 

ตอนช่วงแรกๆ จะเริ่มการรักษาด้วยการผ่าตัดก่อน ช่วงนั้นก็ยังจิตตกอยู่ค่ะ แต่มีวันนึงก็คิดขึ้นมาได้ว่า จะจิตตกทำไม ก็ยังสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติอยู่ จะวิตกไปทำไม หลังจากนั้นก็พยายามใช้ชีวิตให้เหมือนกับก่อนรู้ว่าไม่สบายมาตลอด ออกกำลังกาย ไปเดินห้าง สังสรรค์กินข้าวกับเพื่อนๆตามปกติ เรากลับไม่อยากให้ใครมาสงสาร ขอแค่ให้เห็นใจในช่วงที่อ่อนแอระยะสั้นๆจากคีโมก็พอค่ะ


ตอนที่เริ่มให้คีโมก็เตรียมตัวเลย ไปตัดผมให้สั้นเหลือประมาณ 2 เซน เตรียมผมร่วงไว้ก่อน จะได้ไม่เศร้ามาก พอร่วงมากๆก็โกนผมค่ะ พอโกนผมแล้วก้อใส่วิกได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องคอยเก็บเศษผมร่วงตามพื้น วิกที่คุณภาพดีๆดูไม่ออกว่าเป็นวิก+ใส่สบายก็มีค่ะ แต่ราคาสูงหน่อย ยอมลงทุนเพราะต้องใส่นานเกือบปี แล้วก็ใส่ไปทำงานอีกด้วย


คนที่ไม่รู้จักกับเรามาก่อน บอกว่าดูไม่ออกเลยว่าไปรักษามะเร็งมา ตอนนี้เพิ่งฉายแสงเสร็จไปเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา คุณหมออนุญาตให้ออกกำลังกายแบบเหงื่อออกได้แล้ว ก็เพิ่งกลับไปวิ่งสวนลุม หลังจากที่ไม่ได้ออกกำลังกายมานาน วันนี้วิ่งต่อเนื่องได้ครบ1รอบแล้วค่ะ ยิ้ม อยากจะบอกว่าเป็นมะเร็ง และการรักษามะเร็งไม่ได้น่ากลัวอย่างที่พูดๆกันนะค่ะ (พูดถึงในกรณีที่พบมะเร็งระดับแรกๆ)"


อย่างไรก็ตาม ใครที่กำลังท้อกับชีวิตไม่ว่าจะเป็นด้านใด จงคิดไว้เสมอว่า ทุกคนก็ต้องผ่านเรื่องเลวร้ายในชีวิตมาด้วยกันทุกคน อยู่ที่ใครจะมีกำลังใจในการเดินหน้าต่อไปมากกว่ากัน สู้ๆกับการดำเนินชีวิตในอนาคตนะคะ
 

ข้อมูล : สมาชิกเว็บไซต์พันทิป OMGMAN

เรียบเรียง และ เขียนข่าวโดย

เกษวรา นาทวีไพโรจน์ : ทีมงาน News-Lifestyle



ข่าวที่เกี่ยวข้อง