นิวส์-ไลฟ์สไตล์
news-lifestyle

เปิดปากเล่าครั้งแรก!!! "เปิ้ล นาคร" เผยสาเหตุ...แยกทาง "แก๊งสาระแน" ก่อนชีวิตจะพลิกพันสุดๆ จนเกือบเอาตัวไม่รอด!?!

2017-09-21 22:31:26

เป็นอีกครอบครัวตัวอย่างที่แสนจะอบอุ่นของวงการบันเทิง กับครอบครัวของ "เปิ้ล" นาคร ศิลาชัย  "จูน กษมา" และลูกๆ ทั้ง 4 คน ที่มักจะเห็นภาพในมุมต่างๆ ของครอบครัวนี้อยู่บ่อยๆ ทั้งทำกิจกรรมเฮฮาร่วมกัน และทำกิจกรรมช่วยเหลือสังคม อย่างช่วงที่น้ำท่วมในพื้นที่สกลนคร "เปิ้ล นาคร" ก็นำทีมนำลูกๆ และภรรยาไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย จนชาวบ้านปลาบปลื้มใจกันเป็นแถว 
 

 

 

 

 


ล่าสุดก็ยกครอบครัวมาให้สัมภาษณ์เรื่องราวชีวิต ในมุมที่ไม่มีใครเคยรู้มาก่อน แบบละเอียดสุดๆ ทั้งเรื่องที่เคยตกอับ เป็นหนี้ และหลังจากแยกตัวออกจากแก๊งสาระแน โดยเปิ้ลได้เปิดใจ ผ่านทางรายการที่นี่หมอชิต ทางช่อง 7  เกี่ยวกับเรื่องราวที่แยกตัวออกมาจากเพื่อนสนิท ทั้งเสนาหอย และวิลลี่  โดยเล่าว่า ตนอยู่วงการมากว่า 30 ปี ภายนอกทุกคนมองว่าเป็นคนตลก เฮฮา ตอนที่ทำบริษัทร่วมกับเพื่อนทั้งสอง

 

ตนจะทำหน้าที่เป็นโปรดักชั่น ใช้เงินอย่างเดียว เพราะเพื่อนก็จะหาลูกค้ามาให้  เราก็มองว่ามันสบายนะ มันดี ไม่ต้องคิดอะไรมาก แต่พอมาทำบริษัทของตัวเอง เรากลับหาเงินไม่เป็นเลย ทำอะไรไม่ถูกเลย ขอสปอนเซอร์ก็ไม่เป็น ตลอดเวลาที่ทำไปปีกว่าใช้เงินอย่างเดียว ก็เลยเริ่มเป็นหนี้เกือบ 10 ล้าน ตนบอกลูกน้องว่าถ้ายอดหนี้ถึง 10 ล้านต้องแยกย้ายแล้ว ไม่อยากให้คนอื่นเดือดร้อน แต่พอเวลาผ่านไปกลับมาดูอีกที ยอดหนี้เป็น 17 ล้าน

 

 

 


ซึ่งเรื่องนี้เกิดขึ้น เมื่อ 6 ปีที่แล้ว ตอนนั้นก็คิดว่าจะทำยังไงดี ชีวิตเกิดมาก็ไม่เคยลำบาก แต่ไม่ได้เครียด แถมยังยืมเงินคนอื่นออกไปช่วยน้ำท่วม ซึ่งการช่วยน้ำท่วมแต่ละครั้งก็ใช้เงินหลายแสนอยู่เหมือนกัน และหลังจากช่วยน้ำท่วมเสร็จหนี้ 17 ล้าน หายไป เพราะว่าตอนที่ลงไปช่วยน้ำท่วมตนได้เจอกัลยาณมิตรที่ดี ให้คำสอนมา 2 อย่าง ว่าโอกาสทุกโอกาส ผ่านมาต้องรีบคว้าเอาไว้ ทำได้ไม่ได้ค่อยว่ากัน อีกคำหนึ่งก็คือการตลาด ตนก็เริ่มเรียนอย่างจริงจัง หลังจากนั้นแค่ปีกว่าตนก็มานะทำงานทุกอย่าง ไม่เกี่ยงงานจนใช้หนี้ 17 ล้านหมดเกลี้ยง

 

 

 


 

   
นอกจากนี้ เปิ้ล นาคร ยังบอกอีกว่า หลังจากที่ใช้หนี้หมด ในปีถัดมา ตนก็มีเงินเหลือซื้อที่ดินอีกร้อยกว่าล้าน เพราะ 2 ประโยคจากพี่ๆ เหล่านั้น แล้วโชคดีที่มีภรรยาที่ดี มีหัวด้านการค้า ตนมีหัวด้านการตลาด ก็เลยมาบวกกัน แล้วอีกอย่างโซเชียลก็เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ทำให้ตนสามารถประคองบริษัท ประคองครอบครัว และอยู่มาได้จนถึงทุกวันนี้

 

 

และยังทิ้งท้ายฝากข้อคิดให้ใครหลายๆ คนด้วยว่า ตลอดชีวิตที่ผ่านมา ไม่ว่าจะทำอะไร ผู้ชายอย่าง เปิ้ล นาครไม่เคยเป็นที่สอง ด้วยความที่เป็นผู้นำมาตลอด ทั้งหัวหน้าห้อง ประธานนักเรียน จนเข้ามหาวิทยาลัย ก็ได้ที่ดีๆ  แข่งขันเจ็ทสกีก็ได้ที่หนึ่งมาตลอด จนมาวันนึง เจอจุดพีคของชีวิต แข่งเจ็สสกีแล้วได้ที่สอง รู้สึกเฟลและอายมาก รับไม่ได้ โมโหจนทุบเรือ ขว้างหมวกกันน็อคทิ้ง จนมีพี่ที่สนิทเตือนให้คิดได้ ว่ามันเป็นเรื่องธรรมดานะ มีที่หนึ่ง ต้องมีที่สอง ไม่มีอะไรจะอยู่กับเราได้ตลอดกาล 

 


หลังจากนั้นมาก็เริ่มเข้าใจชีวิต ถือคติมาตลอดเลย ว่าการเป็นที่ 2 อย่าร้องไห้ เพราะถ้าเราหันกลับมามองจุดที่ผิดพลาด แล้วแก้ไข ยังไงซะ วันนึงเราก็ต้องได้กลับไปเป็นที่ 1 อยู่ดี ชีวิตมันก็เป็นแบบนี้ ไม่มีอะไรอยู่ถาวร ต้องเรียนรู้ไปกับมัน 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอบคุณรายการ : ที่นี่หมอชิต
 

เรียบเรียง และ เขียนข่าวโดย

ฌาวิตรา พัฒนาอารยสกุล : ทีมงาน News-Lifestyle