นิวส์-ไลฟ์สไตล์
news-lifestyle

ปลดสายฟ้าแลบ!!! คณะสงฆ์เมืองคอนนำตำรวจบุกวัดเขาขุนพนมเมืองคอน-ปลดสายฟ้าแลบเจ้าอาวาสแอบอ้างเบื้องสูงหาผลประโยชน์รวมความผิด 9 ข้อ (ชมคลิป)

2018-07-19 23:41:46

( 19 ก.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพระเทพวินยาภรณ์ รองเจ้าคณะภาค 16 , 17 , 18 (ธรรมยุต) พระศรีธรรมประสาธน์ เจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมคณะสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ในจังหวัดนครศรีธรรมราช นายอาณัติ บำรุงวงศ์ ผอ.สำนักศิลปากรที่ 16 นายวาทิน กรดเต็ม ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครศรีธรรมราช พ.ต.อ.โชคดี ศรีเมือง ผกก.สส.ภ.จว.นครศรีธรรมราช พ.ต.อ.ทักษิณ โภชากรณ์ ผกก.สภ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช และกำลังตำรวจ นปพ.ภ.จำนวน 30 นาย เดินทางไปที่วัดเขาขุนพนม หมู่ 3 ต.บ้านเกาะ อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช โดยเมื่อเดินทางไปถึง คณะของพระเทพวินยาภรณ์ ได้เข้าไปที่อาคารพระตำหนักสมเด็จพระสังฆราช ที่อยู่ภายในวัด เพื่อพบกับพระครูปิยะคุณาธาร อายุ 48 ปี เจ้าอาวาสของวัด ซึ่งกำลังพักผ่อนอยู่ภายในอาคารกับพระลูกวัด

                โดยพระศรีธรรมประสาธน์ เจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้อ่านประกาศคำสั่งพักการปฏิบัติหน้าที่พระสังฆาธิการจากตำแหน่ง ของคณะสงฆ์จังหวัดนครศรีธรรมราช ระบุให้พระครูปิยะคุณาธาร หยุดปฏิบัติหน้าที่เจ้าอาวาสของวัดแห่งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ในขณะที่พระเทพวินยาภรณ์ รองเจ้าคณะภาค 16 , 17 ,18 ได้แจ้งให้พระครูปิยะคุณาธาร และบริวาร ออกไปเสียจากการจำวัด พำนัก ในอาคารพระตำหนักสมเด็จพระสังฆราช และให้ขนย้ายข้าวของส่วนตัวทั้งหมด ออกไปจากอาคารให้เสร็จสิ้นภายในวันนี้

หลังจากนั้น พ.ต.อ.โชคดี ศรีเมือง ผกก.สส.ตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้แจ้งให้พระครูปิยะคุณาธาร พระลูกวัด และบุคลากรของวัดอยู่ในความสงบ และให้ความร่วมมือกับประกาศ คำสั่งของรองเจ้าคณะภาค และ เจ้าคณะจังหวัด ปรากฏว่าพระครูปิยะคุณาธาร พระลูกวัด บุคลากรในวัด ได้ให้ความร่วมมือด้วยดี พากันขนยายข้าวของออกจากอาคารพระตำหนักสมเด็จพระสังฆราช โดยพระครูปิยะคุณาธรได้ขนย้ายข้าวของไปยังกุฏิเดิมที่เคยจำวัด ในขณะที่พระลูกวัดหลายรูป ขนย้ายข้าวของไปยังกุฏิหลังอื่น ๆ แต่โดยดี

                สำหรับที่มาของการปลดเจ้าอาวาสวัดเขาขุนพนม วัดชื่อดังของจังหวัดนครศรีธรรมราชแห่งนี้ เนื่องมาจากก่อนหน้านี้ ได้มีชาวบ้านและอดีตกรรมการวัด ร้องเรียนต่อมหาเถรสมาคม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ รวมถึงการแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.พรหมคีรี เกี่ยวกับพฤติกรรมของเจ้าอาวาส ในการร้องเรียนและการแจ้งความระบุว่า เจ้าอาวาสได้แอบอ้างเบื้องสูง คือองค์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ก่อตั้งมูลนิธิสินพนมพรหมคีรีพิทักษ์ธรรม อ้างว่าเพื่อนำเงินมาทำนุพระบรมนุสาวรีย์ที่ประดิษฐานอยู่ในวัด และช่วยเหลือทายาทซึ่งเป็นลูกหลานแห่งองค์มหาราชพระองค์นี้ รวมทั้งเพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาแต่ปรากฏว่ากลับกระทำการในนามมูลนิธิที่ไม่ชอบด้วยกฏหมายหลายประการ อาทิ การนำตู้บริจาคไปตั้งไว้ตามที่ต่างๆทั่วทั้งจังหวัด การแอบอ้างเพื่อหาเงินหารายได้ แต่ไม่ได้นำเงินเข้ามูลนิธิ เงินเป็นจำนวนมาก สูญหายไป และพฤติกรรมที่ถูกร้องเรียนในความไม่เหมาะสมถัดมา คือ การที่พระครูปิยะคุณาธาร ได้ขึ้นไปพักอาศัยหลับนอนบนพระตำหนักสมเด็จพระสังฆราช ที่ตั้งอยู่ภายในวัดโดยพลการ และยังชักชวนชักนำพระลูกวัด บุคคลอื่นๆ มาร่วมอาศัยหลับนอน มีพฤติกรรมในลักษณะมั่วสุม ไม่เหมาะสมต่อการเป็นบรรพชิต

นอกจากนี้ยังเรื่องการทำวัดเป็นพุทธพาณิชย์ การเปิดให้เช่าวัตถุมงคล เครื่องรางของขลัง รวมทั้งความไม่โปร่งใสในการใช้เงินเพื่อการก่อสร้าง การบูรณะ โบราณสถาน โบราณวัตถุ ที่อยู่ในเขตวัด  และประเด็นต่อมาคือเรื่องชู้สาว ซึ่งมีการร้องเรียนถึงพฤติกรรมความสัมพันธ์ลึกซึ้ง ของพระครูปิยะคุณาธาร กับหญิงสาวเจ้าของปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ระบุว่ามีการยักย้ายถ่ายโอนทรัพย์สินของวัด ไปยังหญิงสาวรายนี้ และคนใกล้ชิด นอกจากนั้นยังมีเรื่องพฤติกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการวัดรวม 9 ข้อ

                พระศรีธรรมประสาธน์ เจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราชกล่าวว่า มีความจำเป็นต้องให้พระครูปิยะคุณาธารพักการปฏิบัติหน้าที่ และจะมีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนในเรื่องที่ถูกร้องเรียนและถูกแจ้งความ คณะสงฆ์จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

                ผู้สื่อข่าวได้สอบถามพระครูปิยะคุณาธาร เกี่ยวกับเรื่องนี้ พระครูปิยะคุณาธารปฏิเสธที่จะให้ความเห็นใดๆ โดยขอให้ผู้สื่อข่าวสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นจากไวยาวัจกรของวัด คือนายสำเริง กรดกางกั้น ในขณะที่นายสำเริง (สวมแว่นตา) กล่าวว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นเจ้าอาวาส อาจจะถูกกลั่นแกล้งหรือมีความเข้าใจผิดของบุคคลบางพวกบางกลุ่ม  :7J’ที่ผ่านมาเจ้าอาวาสพยายามพัฒนาวัด สร้างสิ่งที่เป็นประโยชน์กับวัด กับพุทธบริษัทมาโดยตลอด ข้อร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องการเงิน ก็เช่นเดียวกัน อาจมีการเข้าใจผิด เพราะปกติเจ้าอาวาสจะเป็นผู้ดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องการเงินของวัด เพราะเป็นอำนาจหน้าที่ บางเรื่องอาจทำหรือดำเนินการไปด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ทำให้เกิดความบกพร่อง แต่คิดว่าทุกอย่างน่าจะสามารถตรวจสอบที่มาที่ไปได้ โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับการเงินของวัด

                ทางด้านนายนิภา ฝั่งชลจิตต์ (สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาว สีขาว) หนึ่งในไวยาวัจกรของวัดอีกคนหนึ่ง และเป็นหนึ่งในแกนนำของชาวบ้านที่ร่วมกันร้องเรียนและแจ้งความร้องทุกข์ เกี่ยวกับพฤติกรรมและการกระทำความผิดของเจ้าอาวาสกล่าวว่า ไวยาวัจกร กรรมการวัด และชาวบ้าน หมดความอดทนต่อพฤติกรรมต่างๆ ของเจ้าอาวาสรูปนี้ ที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลายาวนานหลายปี โดยเฉพาะการยึดพระตำหนักสมเด็จพระสังฆราช ที่อยู่ในวัด เป็นที่พักส่วนตัว แล้วกระทำพฤติกรรมนอกลู่นอกทางของการเป็นสงฆ์ การที่คณะสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ ลงมาสะสางปัญหาถือเป็นเรื่องที่ดี จะทำให้วัดแห่งนี้กลายเป็นวัดในพระพุทธศาสนา ไม่ใช่วัดพุทธพาณิชย์อีกต่อไป

                ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับวัดเขาขุนพนม เป็นวัดโบราณชื่อดัง ที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน เชื่อกันว่าสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เสด็จหนีลี้ภัยจากกรุงธนบุรีมาสิ้นพระชนม์ที่นี่ ซึ่งเป็นความเชื่อของชาวนครศรีธรรมราช ที่แตกต่างจากตำนานประวัติศาสตร์ และพระองค์ทรงเป็นผู้สร้างวัดนี้ ล่าสุดวัดกลายเป็นข่าวโด่งดัง เมื่อร๊อคเก้อร์ดัง เสก โลโซ ได้ก่อเหตุยิงปืนขึ้นฟ้า จนกลายเป็นคดีครึกโครมเมื่อไม่นานมานี้ ข่าวคืบหน้าจะรายงานต่อไป.

ภาพ/ข่าว/ยุทธนะ เตมิศิริ สำนักข่าวทีนิวส์ประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช

เรียบเรียงใหม่โดย

จักรกฤษณ์ แย้มอินทร์ : ทีมงาน News-Lifestyle



ข่าวที่เกี่ยวข้อง