นิวส์-ไลฟ์สไตล์
news-lifestyle

สุดสะเทือนใจ..!! ครูที่ปรึกษา ลงเยี่ยมบ้าน ด.ช.วัย13 อึ้ง..พบ 5 ชีวิต อาศัยอยู่ในบ้านผุพัง แต่ขอนับถือหัวใจ ที่ไม่เคยแสดงปมด้อยให้ใครรู้!?

2018-07-20 23:51:24

นายอาณัติ บัวศรี อายุ 40 ปี ครูฝ่ายปกครอง โรงเรียนบ้านดอนก่อ ตำบลอ่างศิลา อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวหลังโพสต์เฟสบุคส่วนตัวขอรับบริจาคสิ่งของ ข้าวสาร อาหารแห้ง ผ้าห่ม ที่นอน ยาสามัญประจำบ้าน ของใช้ในครัวเรือน และวัสดุซ่อมแซมบ้าน เพื่อช่วยเหลือครอบครัว ด.ช.สมหมาย (น้องเบนซ์) ภักดีล้น อายุ 13 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 1 โรงเรียนบ้านดอนก่อ เนื่องจากครอบครัวยากจนบ้านที่อยู่อาศัยทรุดโทรม หลังคารั่วไม่สามารถพักหลบฝนได้

 

 

นายอาณัติ กล่าวว่าครอบครัวของน้องเบนซ์ มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 5 คน พ่อ แม่ น้องเบนซ์ เป็นลูกชายคนโต มีน้องชายคนรองอายุ 11 ปี เรียนชั้นปฐมศึกษาปีที่ 5 และมีน้องสาวคนสุดท้องอายุ 5 ปี เรียนชั้นอนุบาลโรงเรียนเดียวกัน ตนเองได้สอนน้องเบนซ์ มาตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนมาถึงปัจจุบันอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าตนเองไม่เคยมาเยี่ยมบ้านของน้องเบนซ์เลย  เนื่องจากพ่อและแม่ของน้องเบนซ์ได้เดินทางไปส่งที่โรงเรียนทุกวัน ทำให้ครูและผู้ปกครองได้มีการพูดคุยพบปะกันอยู่เป็นประจำทุกวันตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ส่วนครูท่านอื่นที่ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านก็แจ้งเพียงว่าน้องเบนซ์ อยู่ในครอบครัวที่มีฐานะยากจนแต่ครอบครัวนี้ไม่เคยแสดงปมด้อยออกมาให้คนอื่นได้รับรู้เลย แต่กลับให้ความสำคัญกับการเรียนของลูกมาโดยตลอด

 

 

วันที่ 10 ก.ค. ขณะที่ตนออกมาเยี่ยมบ้านนักเรียนในการดูแลได้พบน้องเบนซ์เดินอยู่ริมถนน  จึงได้เข้าสอบถามและพูดคุยเข้าไปเยี่ยมบ้าน แวปแรกที่เห็นบ้านตนเองถึงกับพูดไม่ออกยืนนิ่ง สภาพบ้านที่เก่าหลังคามุงด้วยหญ้าคาพุพังอุดรอยรั่วด้วยใบไม้และฟิวเจอร์บอร์ด ตัวบ้านสร้างจากเศษไม้ธรรมชาติ ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวกแม้แต่ชิ้นเดียว ต้องอยู่รวมกันในบ้านหลังนี้ทั้งหมด 5 คน ในช่วงเวลาที่ฝนตกต้องแยกหามุมที่ฝนไม่รั่วนอน หรือไม่ก็ต้องหอบเสื้อผ้าไปอาศัยป้าข้างบ้านนอน

 

 

 

นอกจากเรื่องของที่อยู่อาศัยแล้วครอบครัวของน้องเบนซ์ยังมีปัญหาเรื่องแม่และน้องชายคนที่ 2 ของเป็นบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนเนื่องจากตอนที่คลอดน้องชายของเบนซ์ คุณแม่ไม่มีเงินจ่ายค่าคลอดบุตรจำนวน 3,000 บาท จึงได้หลบหนีออกจากโรงพยาบาลประจำอำเภอจึงไม่ได้เอกสารการคลอดเพื่อนำมาแจ้งเกิดจนถึงปัจจุบัน ส่วนตัวของแม่น้องเบนซ์ เป็นบุคคลไร้สถานะทางทะเบียนอันเนื่องมาจากคลอดที่บ้านและไม่ได้แจ้งเกิดเช่นเดียวกัน

 

 

ถึงแม้ว่าครอบครัวของน้องเบนซ์จะเป็นบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียนแต่ก็สามารถเรียนหนังสือได้ตามปกติด้วยความอนุเคราะห์ของอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านดอนก่อที่เสียชีวิตไปแล้วแต่ยังได้ทิ้งนโยบายอันดีงามไว้ว่า เด็กหากไม่มีเอกสารเป็นบุคคลไร้สถานะทางทะเบียนก็ไม่เป็นไร  ให้รับเอาไว้ให้เรียนหนังสือจะได้มีวิชาอ่านออกเขียนได้ อนาคตจะได้ไปต่อยอดในชีวิตของเขาได้ หรืออย่างน้อยเข้าก็มีอาหารกลางวันทาน ซึ่งคณะครูได้นำนโยบายดังกล่าวถือปฏิบัติมาเรื่อยจนถึงปัจจุบันและพยายามเดินเรื่องให้เด็กมีเลข 13 หลัก เพราะมีผลต่อการศึกษาเด็กในอนาคตอย่างมากทั้งในเรื่องของการเรียนฟรี 15 ปี การประกอบอาชีพในอนาคต

 

 

ด้านน้องเบนซ์ กล่าวว่า ตนเองไม่เคยคิดท้อใจในชีวิตที่เป็นอยู่ จะตั้งใจเรียนเพื่อจะได้มีงานทำเก็บเงินมาสร้างชีวิตที่ดีให้กับพ่อแม่และน้อง แต่ปัจจุบันครอบครัวของตนลำบากเนื่องจากบ้านที่อาศัยอยู่มีสภาพทรุดโทรม พุพังไม่สามารถนอนได้ในวันที่ฝนตกต้องไปอาศัยบ้านป้างข้างอยู่เพื่อหลบฝน เสื้อผ้าที่เก็บไว้ก็ต้องตากฝนสิ่งที่ตนเองอยากได้มากที่สุดคือ การซ่อมแซมบ้านให้ดีกว่าเดิม และเตาแก๊ส และเครื่องใช้ในครัวเรือน โดยเฉพาะเตาแก๊สเวลาฝนตกจะได้ไม่มีปัญหาเรื่องของการหาฝืน

 

 

สำหรับประชาชนท่านใดอยากจะช่วยเหลือครอบครัวของน้องเบนซ์ สามารรถร่วมสมทบทุนได้ที่ ธนาคาร กรุงเทพ สาขาเทสโก้โลตัส พิบูลมังสาหาร หมายเลขบัญชี 862-0-39205-0 ชื่อบัญชีร่วม  ด.ช.สมหมาย ภักดีล้น และน.ส.ษทิตตา  สาริบุตร (ครูประจำชั้น) หรือหมายเลขโทรศัพท์ 090-591-1696 นายอาณัติ บัวศรี ครูฝ่ายปกครองเจ้าของเรื่อง.

 

 

ภาพ/ข่าว  ทัศดาว  สว่างอารมย์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค  สำนักข่าวทีนิวส์ จ.อุบลราชธานี

เรียบเรียงใหม่โดย

weerawit : ทีมงาน News-Lifestyle



ข่าวที่เกี่ยวข้อง