เลวกว่านรก!! รวบ พ่อเลี้ยงอำมหิต คาห้องเก็บศพ หลังทำร้ายลูกเลี้ยง 3 ขวบดับอนาถ แถมญาติเล่าเหตุการณ์ก่อนเด็กตายเป็นฉากๆ

เลวกว่านรก!! รวบ "พ่อเลี้ยงอำมหิต" คาห้องเก็บศพ หลังทำร้ายลูกเลี้ยง 3 ขวบดับอนาถ แถมญาติเล่าเหตุการณ์ก่อนเด็กตายเป็นฉากๆ

Publish 2017-02-28 18:12:54

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 60 พ.ต.อ.พิเชษ วงษ์บุรี ผกก.สภ.กุมภวาปี พร้อมด้วยพ.ต.ท.พงษ์พันธ์ นาขวา รอง ผกก.สส.พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน ได้ประชุมสอบถามสำนวนคดี กรณีเด็กชายเอ อายุ 3 ขวบ ถูกทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส  แพทย์ต้องนำเครื่องช่วยหายใจทำการยื้อชีวิตเอาไว้ พร้อมสั่งการให้รวบรวมหลักฐานพยานแวดล้อมทั้งหมด ไปขอหมายจับที่ศาลจังหวัดอุดรธานี ในวันนี้โดยเด็กชายเอ ที่บาดเจ็บมีรายงานล่าสุดว่า เมื่อคืนเวลา 23.05 น. ได้สิ้นใจลง



พ.ต.อ.พิเชษ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อบ่ายวันที่ 24 ก.พ.2560 ซึ่งได้ให้ตำรวจสอบสวนและตำรวจสืบสวนไปตรวจสอบดูบ้านพักของเด็กติดตามเหตุทำร้ายร่างกายเด็กชายเอจริงหรือที่นำตัวถูกส่งมารักษาตัวโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี พร้อมกับได้เรียกตัวพยานในที่เกิดเหตุ และพ่อ แม่ ของเด็กชายเอ มาสอบปากคำอย่างละเอียดซึ่งจากการพิจารณาแล้วเด็กชายที่ได้รับบาดเจ็บไม่น่าที่จะเกิดเหตุตามที่พ่อ แม่ของเด็กให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะลักษณะการบาดเจ็บว่าการบาดเจ็บสาหัสเกินกว่าที่จะเกิดจากอุบัติเหตุ จึงได้รวบรวมหลักฐานพยานต่างๆ เพื่อเสนอขออนุมัติออกหมายจับผู้ต้องสงสัย 1 คือ พ่อเลี้ยงของเด็กชายเอ ส่วนบรรยากาศ บ้านของเด็กชายเอ ที่บ้านท่าลี่ ต.ท่าลี่ อ.กุมภวาปี ญาติพอทราบข่าวว่า เด็กชายเอ เสียชีวิตเมื่อคืนนี้ ได้มารวมตัวกันและนำเต็นท์มากางไว้ข้างบ้านพร้อมกับโต๊ะและเก้าอี้  เตรียมจัดงานศพ ทุกคนส่วนใหญ่ลงความคิดว่า เด็กชายเอ ถูกพ่อเลี้ยงทำร้ายร่างกาย ทำให้เสียชีวิต

 

 

 

นางเชาวรัตน์ ป้อมแสนพล อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 332 ม.4 บ้านท่าลี่ ต.ท่าลี่ อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี ญาติเด็กชายเอ กล่าวว่า ในวันที่เกิดเหตุ ตนมานั่งเล่นอยู่ที่บ้านญาติที่อยู่ใกล้กับบ้านเด็กชายเอ ห่างไปประมาณ 20 เมตร เห็นพ่อเลี้ยงได้อุ้มเด็กชายเอหมดสติที่ใส่แต่เสื้อไม่ได้นุ่งกางเกง ออกมาด้านหลังบ้านพักแล้วทำการเขย่าร่างเด็กชายเอหลายครั้งและทำการราดน้ำ เพื่อจะให้เด็กชายเอรู้สึกตัวจากนั้นตนจึงได้วิ่งมาดูและร้องถามว่าหลานเป็นอะไร พ่อเลี้ยงตอบว่าจะใส่กางเกงให้กับเด็กชายเอ ตนจึงรีบนำร่างของหลานชายส่งโรงพยาบาลเพื่อสุขภาพตำบลในสภาพที่ร่างกายของเด็กชายเอไม่น่าจะมีชีวิตรอด ก่อนไปส่งรักษาต่อโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานีแล้วเสียชีวิต

 


 

นางบัน พลเสน อายุ 88 ปี อยู่บ้านเลขที่ 77 ม.4 บ้านท่าลี่ ต.ท่าลี่ อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี ซึ่งยายทวดของเด็กชายเอ กล่าวว่า หลานเขยคนนี้พึ่งแต่งงานกับหลานสาวคือแม่ของเด็กชายเอ ตนได้สังเกตเห็นหลานชายหวาดกลัวตัวสั่นเวลาอยู่กับพ่อเลี้ยงตามลำพังสองคนจึงได้สอบว่าพ่อเลี้ยงเคยตีหรือทำร้ายหรือไม่ แต่หลานชายเด็กชายไม่กล้าบอกเห็นลักษณะมีอาการกลัว  

โดยตอนเช้าในวันเกิดเหตุ ตนยังพาหลานชายเด็กชายไปใส่บาตรที่หน้าบ้าน พอเวลาช่วงบ่ายแม่ของเด็กชายเอ ออกไปซื้อต้นหอม ปล่อยเด็กชายเออยู่บ้านกับพ่อเลี้ยงสองคนมารู้อีกทีหลานชายถูกนำส่งโรงพยาบาลแล้วและมาเสียชีวิตในที่สุด นางบัน พลเสน ได้กล่าวทั้งน้ำตารู้สึกเสียใจมากที่หลานชายมาตายเพราะตนเองเลี้ยงมาตั้งแต่แม่ของเขาคลอดออกมา ไม่นึก ไม่ฝันว่าหลานชายที่อยู่วัยกำลังน่ารักจะมาตายก่อนวัยอันควร ตนไม่เชื่อว่าหลายชายจะตายเพราะอุบัติเหตุ ต้องมีคนทำให้เขาตายอย่างแน่นอนคิดว่าจะเป็นพ่อเลี้ยงเป็นคนทำ


ส่วนน.ส.อัจฉริยา สาวงษ์นาม ครูผู้ช่วยดูแลเด็ก ประจำศูนย์เด็กเล็กบ้านกุดยาง ต.ท่าลี่ อ.กุมภวาปี  กล่าวว่า เด็กชายเอเข้ามาเรียนที่ศูนย์เด็กลเล็กแห่งนี้ เมื่อเดือน ก.ค.59 ที่ผ่านมา เป็นเด็กที่มีนิสัยร่าเริง พูดคุยเก่ง เล่นกับเพื่อน แต่ภายหลังกลายเป็นเด็กเงียบ ไม่ชอบเล่นกับเพื่อน และขาดเรียนบ่อยตั้งแต่แม่ของเขามีสามีใหม่ ซึ่งแม่ของเด็กแจ้งว่าเป็นไข้เลือดออก

 

ตั้งแต่สิ้นเดือน พ.ย. 59  ไม่ได้มาโรงเรียนเลยจนถึงปัจจุบัน  และยายของเด็กชายเอมาแจ้งว่าจะย้ายไปเรียนที่ศูนย์เด็กเล็กบ้านท่าลี่ ในระยะหลังก่อนที่จะไม่มาเลยนั้น  เวลาพ่อเลี้ยงมารับ เด็กชายเอ ที่โรงเรียน เด็กชายเอ จะร้องไห้และวิ่งหนี บางครั้งวิ่งไปหลบอยู่ด้านหลังครู ดังกล่าว

 

 

ต่อมาเวลา 13.40 น. พ.ต.ท.ณัฐพงษ์ ฉวีทอง สว.สส. สภ.กุมภวาปี ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน หลังจากศาลได้อนุมัติหมายจับ  เลขที่ จ.74/2560 ลงวันที่ 28 ก.พ.2560  เข้าทำการจับกุมตัวนายทวี ทองอ่อน อายุ 31 ปี ราษฎรบ้านกุดยาง ต.ท่าลี่ อ.กุมภวาปี พ่อเลี้ยงเด็กชายเอ ทำการใส่กุญแจมือที่บริเวณห้องเก็บศพโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี ซึ่งได้ไปขอดูศพเด็กชายเอพร้อมกับภรรยาและญาติ ซึ่งได้แสดงหมายจับของศาลให้ดูพร้อมกับแจ้งข้อหาให้ทราบว่า คือข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส เป็นเหตุให้ผู้ถูกทำร้ายร่างกายถึงแก่ความตาย  ทำให้พ่อเลี้ยงโหดรายนี้หน้าซีดถึงกับเข่าอ่อน แล้วควบคุมตัวรถไปโรงพักกุมภวาปีดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

ภาพ/ข่าว กฤษดา จันทร์ดวง ผู้สื่อข่าว จ.อุดรธานี 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน